บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล หรือ MTC ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวน 5 ชุด ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2569 อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยคงที่ตั้งแต่ 2.85-4.10% ต่อปี พร้อมตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อปี’69 อยู่ที่ 10-15% คุมหนี้เสียไม่เกิน 2.55%
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล หรือ MTC เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้ MTC ทั้ง 5 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้
-หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.85% ต่อปี
-หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 11 เดือน 29 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00-3.10% ต่อปี
-หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี 11 เดือน 26 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.35-3.45% ต่อปี
-หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 8 ปี 1 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.85-3.95% ต่อปี และ
-หุ้นกู้ชุดที่ 5 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.00-4.10% ต่อปี
หุ้นกู้ MTC ทั้ง 5 ชุด มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เว้นดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระในวันครบกำหนดไถ่ถอนของหุ้นกู้แต่ละชุด โดยคาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 นี้ จองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยวัตถุประสงค์การจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (Roll-Over) และ/หรือ ซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือเป็นเงินค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่ 10-15% พร้อมคุมสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) ให้ไม่เกิน 2.55% ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินเชื่อคงค้างจำนวน 183,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,981 ล้านบาท หรือ 11.56% จากสิ้นปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่มีประกันที่มียอดคงค้างจำนวน 164,242 ล้านบาท
โดยผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% และ 14.59% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวม 27,902 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 5,867 ล้านบาท
ปี 2568 บริษัทได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น จำนวน 502 สาขา ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 8,673 สาขา ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีกราว 400 สาขาในปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทยังดำรงอัตราส่วนของสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (ค้างชำระเกิน 3 เดือน) ต่อลูกหนี้เงินให้สินเชื่อทั้งหมด (NPL Ratio) ที่ 2.53% ซึ่งอัตราส่วนดังกล่าวปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก ณ สิ้นปี 2567 ที่ 2.75% ทั้งนี้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ 2.54% จากสิ้นปี 2567 ที่ 3.02%
“เมืองไทย แคปปิตอล ดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ด้วยเป้าหมายในการยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้มาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล โดยบริษัทได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และได้รับการประเมินในระดับ AA ในปี 2568 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงการได้รับคะแนนการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8
ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG), บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว สะท้อนบทบาทของบริษัท ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)” นายปริทัศน์กล่าว
สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ MTC สามารถจองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้
หมายเหตุ : บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน
คำเตือน : โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในร่างหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
อ่านข่าวต้นฉบับ: MTC จ่อเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ ดอกเบี้ยคงที่ 2.85-4.10% ต่อปี เปิดจอง 26-28 พ.ค.นี้