ส่องทิศทางราคาทองคำหลังสงกรานต์ หลัง “สหรัฐ-อิหร่าน” พักรบ 2 สัปดาห์ “YLG” จับตาสงครามยุติได้จริงหรือไม่ เชื่อราคาไม่ลงลึกแล้ว ยอมรับคาดการณ์แนวโน้มระยะยาวมากไม่ได้ รับมีโอกาสขึ้นต่อมองแนวต้าน 4,850 ดอลลาร์ ขณะที่ “ฮั่วเซ่งเฮง” คาดราคา “แกว่งขาขึ้น” ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ ถ้าไม่มีฝ่ายใดละเมิดข้อตกลง ด้าน “บล.โกลเบล็ก” แนะเล่นสั้น “วันเดียว” ราคาลงทยอยซื้อถัว ขายตอนราคาดีด ชี้สถานการณ์เปลี่ยนเร็วต้องมอนิเตอร์ตลอดเวลา
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำหลังเทศกาลสงกรานต์ขึ้นกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สหรัฐกับอิหร่านมีการประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ ซึ่งตอนประกาศก็ทำให้ทองคำปรับตัวขึ้น โดยต้องดูว่าหากไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 4,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ขึ้นไปได้ ก็จะไซด์เวย์อยู่ระหว่าง 4,600-4,850 ดอลลาร์ แต่หากผ่านไปได้ก็จะขึ้นไปต่อ ทั้งนี้ เชื่อว่าหากทองปรับตัวลงก็คงไม่ลงลึกแล้ว แนวรับใหญ่ให้ที่ 4,500 ดอลลาร์
“หลัก ๆ คือ ถ้าน้ำมันลงทองก็จะค่อย ๆ ขยับขึ้น แต่ถ้าน้ำมันยังขึ้นอยู่ทองก็จะมีความน่าสนใจน้อยลง เพราะคนจะมองว่าระหว่างถือทองกับถือเงินดอลลาร์ถือเงินดอลลาร์สามารถข้ามประเทศได้ แต่ทองไม่ได้ พวกอพยพ พวกที่ประกาศขายบ้านในดูไบพวกนี้”
ทั้งนี้ ยอมรับว่าช่วงนี้คาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำแบบยาว ๆ มากไม่ได้ โดยปัจจัยด้านเศรษฐกิจจะไม่ค่อยมีผลกระทบมาก แต่จะขึ้นกับประเด็นสงคราม รวมถึงการเมืองในสหรัฐมากกว่า ทั้งนี้ ต้องมองในช่วง 2 สัปดาห์ที่จะหยุดยิง ว่าจะจบจริงหรือไม่ เพราะต้องดูทางอิสราเอลด้วยว่าจะยอมหรือไม่
“ต้องดูสถานการณ์ 2 สัปดาห์นี้ว่าจบหรือไม่จบ ถ้าจบแล้วค่อยมาคาดการณ์ราคาทองอีกที เพราะตอนนี้ขึ้นกับสงครามอย่างเดียวเลย ถ้าน้ำมันลดลงเรื่อย ๆ ดอลลาร์ถูกขายเรื่อย ๆ คนก็จะหันกลับมาซื้อทองใหม่ คือคนไม่ได้อยากถือดอลลาร์ แต่ตอนนี้ที่ต้องถือเพราะว่าเทอมที่คนซื้อขายน้ำมัน ซื้อขายทอง มันเป็นดอลลาร์ ดังนั้นทุกครั้งพอขายทอง ขายน้ำมันก็จะกลับไปดอลลาร์ แต่ถ้าสุดท้ายตลาดเริ่มมั่นคงแน่นอนคนจะเริ่มทิ้งดอลลาร์ ทองคำจะกลับมา”
นางพวรรณ์กล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบจะมอง 3 สินทรัพย์หลัก คือ ดอลลาร์ ทองคำ และน้ำมัน โดยหากน้ำมันลงทองจะขึ้น แต่ถ้าทองลงน้ำมันก็จะขึ้น และดอลลาร์จะเป็นที่พักเงิน
นางศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ไม่น่าจะมีแรงเทขายทองคำแบบแรง ๆ เหมือนช่วงก่อนหน้านี้ เพราะไม่น่าจะมีฝ่ายใดละเมิดข้อตกลง ซึ่งก็คาดหวังว่าจะนำไปสู่การยุติสงคราม แล้วทองคำก็น่าจะปรับขึ้นได้ต่อ ทั้งนี้ คาดหวังแนวต้านที่ 4,850 ดอลลาร์ และแนวต้านถัดไป 4,900 ดอลลาร์ หรือทองแท่ง 73,500 บาท หากผ่านไปได้ก็มีโอกาสเห็นแตะ 5,000 ดอลลาร์ หรือทองแท่ง 74,500 บาท ส่วนแนวรับ 4,700 ดอลลาร์ หรือทองแท่ง 71,600 บาท
“รอบนี้ดูแล้วมีการเจรจากันจริง ไม่เหมือนรอบก่อนที่อิหร่านปฏิเสธ ดังนั้นจึงประเมินว่าต่อไปนี้ราคาทองน่าจะ Sideway up แล้วก็ต้องจับตาดูว่า ช่วง 2 สัปดาห์จะเป็นอย่างไร”
นางศิริลักษณ์กล่าวว่า สำหรับคำแนะนำการลงทุนช่วงนี้คือ คนที่มีทองอยู่สามารถถือต่อไปได้ ไม่ต้องรีบขาย เพราะเชื่อว่าสหรัฐยังพยายามหาทางลงในเรื่องการยุติสงครามอยู่ ซึ่งก็คาดหวังว่าการเจรจาในช่วง 2 สัปดาห์จะออกมาดี และไม่มีใครละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทองก็จะปรับตัวขึ้นได้
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก กล่าวว่า ตอนนี้ทองจะตอบสนองเชิงบวกกับปัจจัยสงครามสงบ ซึ่งหากสงบได้ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ราคาทองก็จะ Sideway up ได้ หากไม่มีใครละเมิดข้อตกลง โดยให้แนวต้านที่ 4,800 ดอลลาร์ แนวรับ 4,600 ดอลลาร์ หรือทองไทยแนวรับที่ 70,100 บาท แนวต้านที่ 73,200 บาท ส่วนการเทขายแบบแรง ๆ ของพวกกองทุน SPDR น่าจะไม่เกิดขึ้นแล้ว เพราะตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.จนถึงปัจจุบันก็ขายไปเกือบ 50 ตันแล้ว ดังนั้นน่าจะเริ่มนิ่งแล้ว
“กลยุทธ์ลงทุนคือ ถ้าใกล้แนวต้านแถว ๆ 4,800 ดอลลาร์แนะนำให้หาจังหวะขาย ไม่แนะนำเข้าซื้อ หรือซื้อตาม การลงทุนทองเดี๋ยวนี้ มองว่าอาจจะเล่นแบบวันเดียว แล้วกลับลงมาเลย เพราะดูจากทิศทางการเคลื่อนไหวคือจะขึ้นแรง แล้วก็เดี๋ยวจะลงเลย ถ้าสังเกตบางทีสัปดาห์หนึ่งขึ้น 200 ดอลลาร์แล้วก็ลงเลย แบบนี้ถ้าเล่นสั้นก็ต้องมอนิเตอร์ตลอด พอราคาลงมาก็ทยอยซื้อถัว พอราคาดีดก็ขายออก”
อ่านข่าวต้นฉบับ: อ่านเทรนด์ทองหลังสงกรานต์ ลุ้นพักรบ 2 สัปดาห์สงครามจบ-หนุน ‘ขาขึ้น’
