ชาวสวนปาล์มโวยรัฐคุมส่งออกปาล์มน้ำมัน ทำตลาดปั่นป่วน เปิดช่องพ่อค้า-โรงสกัด กดราคารับซื้อ หวั่นราคาร่วงจากที่ได้อยู่ 9.10 บาท/กก. ชงรัฐประกาศให้ชัดแผนบริหารปาล์มทั้งระบบ ปริมาณทำ “ไบโอดีเซล-ส่งออก” เท่าไหร่ พร้อมชดเชยน้ำมันปาล์มขวดสำหรับกลุ่มเปราะบาง ขู่ถ้าราคาร่วงแรง ได้เห็นประท้วงแน่ ขณะที่โรงสกัดเตือนระวังเสียสมดุล ชี้ B20 ต้องใช้ “เมทานอล” ตอนนี้แพงแถมขาดตลาดเช่นกัน
จากกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแลการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ไปนอกราชอาณาจักร โดยกำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ต้องขออนุญาตก่อนการส่งออก จากเดิมที่ไม่ต้องขออนุญาต เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศสอดคล้องกับสถานการณ์พลังงาน และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันปาล์มสำหรับการบริโภคของประชาชน รวมถึงเป็นการสำรองวัตถุดิบพลังงานภายในประเทศ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การบริหารจัดการต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันควบคู่กัน โดยกรมจะรักษาระดับราคาผลปาล์มให้เหมาะสมและเป็นธรรม ไม่ให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดหรือความผันผวนของราคา เพื่อให้เกษตรกรยังคงมีรายได้จากราคาผลปาล์มอย่างเป็นธรรม และลดความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวลดลง
สำหรับผลผลิตปาล์มน้ำมันปี 2569 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดว่า จะมีผลผลิต 21.87 ล้านตัน สามารถสกัดเป็นน้ำมันปาล์มดิบได้ 3.94 ล้านตัน โดยล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ 0.371 ล้านตัน ซึ่งยังอยู่ในระดับเหมาะสม ขณะที่น้ำมันปาล์มบรรจุขวดมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ
นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ และกรรมการในคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ราคาผลปาล์มรับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 9.10 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตออกน้อย แต่กังวลว่าราคามีสิทธิปรับลงแรง จากนโยบายของรัฐบาลที่ควบคุมการส่งออกและการใช้ในประเทศไม่มีความชัดเจน โดยการควบคุมการส่งออก CPO อาจจะส่งผลให้พ่อค้า โรงสกัด และโรงกลั่นใช้เป็นเหตุผลกดราคารับซื้อ เพราะกังวลสต๊อกค้างและระบายสินค้าไม่ได้
แม้หลายฝ่ายมองว่า ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เป็นจังหวะผลผลิตออกมาก แต่เกษตรกรยืนยันว่า ปีนี้ผลผลิตไม่ได้พุ่งแรงเหมือนปีก่อน ขณะเดียวกัน ระบบยังขาดความชัดเจนเรื่องปริมาณการใช้ปาล์มน้ำมันในภาคพลังงาน ทั้ง B7, B10 และ B20 ว่าแต่ละเดือนจะใช้เท่าใด ซึ่งเกษตรกรประเมินว่า ผลผลิตเฉลี่ยที่เข้าสู่ระบบอยู่ที่ราว 280,000 ตันต่อเดือน ขณะที่การใช้จริงอยู่ที่ประมาณ 200,000 ตันต่อเดือน จึงต้องมีแผนบริหารสต๊อกและส่งออกที่แน่นอน
ดังนั้น เกษตรกรเสนอให้รัฐบาลเร่งทำใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ประกาศตัวเลขการใช้ไบโอดีเซลให้ชัดว่า แต่ละเดือนจะใช้ B7, B10และ B20 ปริมาณเท่าใด เพื่อให้ตลาดประเมินอุปสงค์ได้ 2.กำหนดปริมาณส่งออกที่ชัดเจน ไม่ใช่เปิดให้ขออนุญาตเป็นรายกรณี 3.หากกังวลราคาน้ำมันปาล์มขวดกระทบผู้บริโภค รัฐควรใช้วิธีอุดหนุนหรือชดเชยให้กลุ่มเปราะบางโดยตรง แทนการกดราคาปาล์มทั้งระบบ
นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องเจอต้นทุนการผลิตสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าแรงและปุ๋ย หากราคาปาล์มปรับลดลง จะกระทบรายได้ชาวสวนทันที จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งประกาศแผนบริหารปาล์มน้ำมันทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว หากปล่อยให้ราคาปรับลงแรงโดยไร้มาตรการรองรับ เกษตรกรย้ำว่า มีโอกาสเกิดการรวมตัวประท้วงแน่นอน
นายกฤษดา ชวนะนันท์ นายกสมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การกำหนดให้การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ต้องขออนุญาต ส่งผลในทางปฏิบัติ “ไม่ต่างจากการห้ามส่งออก” เพราะยังไม่มีรายละเอียดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ทั้งนี้ โครงสร้างตลาดปาล์มน้ำมันของประเทศไทย พึ่งพา 3 เสาหลัก ได้แก่ การบริโภคในประเทศ ไบโอดีเซล และการส่งออก ซึ่งปกติแต่ละส่วนรองรับประมาณ 1 ใน 3 แต่เมื่อ “ขาส่งออก” ถูกปิด ระบบทั้งห่วงโซ่จึงมีโอกาสที่จะเสี่ยงเสียสมดุลทันที ส่วนมาตรการส่งเสริม B20 แม้เป็นความพยายามดูดซับอุปทานส่วนเกิน แต่ยังมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาวัตถุดิบ คือ “เมทานอล” ที่มีต้นทุนสูงและขาดแคลนในตลาดโลก หลังหลายประเทศเร่งเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลเช่นกัน ทำให้การขยาย B20 อาจไม่เกิดขึ้นได้เต็มศักยภาพ
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกหลักของ CPO ของไทย คือ อินเดีย ตอนนี้ก็เริ่มรับรู้สถานการณ์แล้ว และมองว่าการต้องขออนุญาตส่งออกเท่ากับข้อจำกัดทางการค้า ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ “กดราคา” จากฝั่งผู้ซื้อ เนื่องจากผู้ขายไทยมีภาระต้องส่งมอบตามใบอนุญาต
“ปกติไทยจะส่งออก CPO ราว 1.2 ล้านตันต่อปี โดยกว่า 80% อยู่ในช่วงฤดูกาลผลผลิต (เมษายน-กรกฎาคม) แต่ปีนี้คำสั่งซื้อใหม่เริ่มชะงัก หากผลผลิตสูงตามคาดราว 22 ล้านตัน หรือคิดเป็น CPO ประมาณ 3.9 ล้านตัน แต่ไม่สามารถระบายผ่านการส่งออกและ B20 ได้ทัน อาจทำให้เกิดภาวะน้ำมันปาล์มล้นระบบได้”
อ่านข่าวต้นฉบับ: โรงสกัดติงคุมส่งออกปาล์ม ชาวสวนฮึ่มรัฐทำราคาร่วงเจอประท้วง
