SKY ICT เผยยอดผู้โดยสารบินเข้าสนามบินไทยเดือน มี.ค.2569 เพิ่มขึ้น ท่ามกลางวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง จับตาผลกระทบไตรมาส 3 ชี้เป็นโอกาสชวนแอร์ไลน์ปักหมุดไทยเป็นฮับการบิน
นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สกาย ไอซีที (SKY ICT) ผู้ให้บริการระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีสนามบิน เปิดเผยว่า ท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางในเดือนมีนาคม 2569 บริษัทจับตาข้อมูลการบินและผู้โดยสารที่ไหลเวียนเข้ามาในสนามบินประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ด้วยจำนวนผู้โดยสารจากสายการบินที่เป็นรายได้หลักกว่า 70% ของบริษัท และพบว่าตัวเลขที่ติดตามตลอดเดือน มี.ค. 2569 มีผู้โดยสารที่เข้าออกไทยมากขึ้น
ท่าอากาศยานหลักของประเทศภายใต้สังกัด AOT ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย โตเฉลี่ยราว 8% ขณะที่การโดยสารภายในประเทศผ่านระบบสนามบินกรมท่าอากาศยาน เช่น กระบี่ อุบล ขอนแก่น ฯลฯ โตราว 15%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เดินทางเข้าออกสนามบินไม่ได้หมายความว่าเป็นการเดินทางมาท่องเที่ยวหรือพำนักในประเทศไทย แต่รวมถึงการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อเดินทางต่อ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่มากในการใช้งานระบบสนามบิน
กระนั้นเมื่อเทียบตัวเลขผู้โดยสารทั้งภายในและภายนอกจึงยังโตในไตรมาสที่ 1/2569
“เมื่อดูสล็อตการบินที่จองเข้ามา ซัมเมอร์สล็อตโตกว่าปีที่แล้ว ไตรมาสแรกยังโตอยู่”
นายสิทธิเดชเน้นย้ำด้วยว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการเดินทางที่ “จองล่วงหน้า” ตามปกติของการโดยสารด้วยเครื่องบิน ซึ่งยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากสงคราม ที่เครื่องบินระยะไกลเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ หรือโดฮา ไม่ได้ หรือวิกฤตพลังงานที่อาจทำให้ค่าตั๋วสูงขึ้น
และว่า จากการที่ได้พูดคุยกับสายการบินเห็นว่าบางสายแบกต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มกว่า 300% และเริ่มมีการ “พักเครื่อง” หลายลำหลายเส้นทาง ซึ่งมองได้หลายทาง เพราะการพักเครื่อง รวมคน เป็นการบริหารจัดการต้นทุนและเส้นทางได้ดีขึ้น อาจจะมีผู้โดยสารเท่าเดิมแต่ประหยัดลงก็ได้
อย่างไรก็ตามคาดว่าผลกระทบจริงต่ออุตสาหกรรมคงเริ่มเห็นชัดในไตรมาสที่สอง เมื่อดูสล็อตการบินที่จองเข้ามา ซัมเมอร์สล็อตโตกว่าปีที่แล้ว ด้วยไตรมาสแรกยังโตอยู่ แต่ไตรมาส 2 ตกไปราว 7-8% ขณะที่ไตรมาส 3 เป็นโลว์ซีซั่น ซึ่งมีแนวโน้มยอดการเดินทางเข้าประเทศลดลงตาม
“แสงสว่างปลายอุโมงค์คือการประกาศหยุดยิง ระยะยาวถ้ามีการเจรจาเรื่องน้ำมันจะดีขึ้น
ทำให้ตัวเลขที่ตกลงตามซีซั่น หรือผลจากสงครามในไตรมาส 2 อาจไม่ตกลงมากตามที่กังวล”
นายสิทธิเดชกล่าวด้วยว่า การที่เส้นทางตะวันออกกลางมีปัญหาทำให้เที่ยวบินระยะไกลที่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ศูนย์กลางการบินที่นั่นได้รับผลกระทบ สายการบินต้องบริหารเส้นทางใหม่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยการรวมผู้โดยสารให้เต็มลำ 100% ในเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุด เป็นโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอตัวเป็นทางเลือกสำคัญในเส้นทางบินเพราะไม่สามารถไปต่อเครื่องที่ตะวันออกกลางได้
“ในขณะนี้ที่มีสายการบินเข้ามาขอลงจอดในไทยเองโดยไม่ต้องออกไปทำการตลาดหาลูกค้า เปรียบเสมือนลูกค้ามาอยู่หน้าบ้านแล้ว ประเทศไทยจึงควรกอดโอกาสนี้ไว้ และบริหารจัดการให้สายการบินเหล่านั้นประทับใจ เช่น ส่วนลดค่าหลุมจอด หรือราคาพิเศษในช่วง 3-6 เดือน เพื่อให้สายการบิน “ติดใจ” ทั้งในด้านบริการและราคา จนเปลี่ยนมาใช้ไทยเป็นฐานหลักในระยะยาวแม้สงครามจบลง”
ทั้งนี้ สนามบินไทยเองก็มีการพัฒนาต่อเนื่อง ซึ่ง Sky ict เองก็มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสนามบิน ด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น self Check-in & Bag Drop ระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า Integrated Data Platform ฯลฯ
รวมถึงเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหวของการเดินและความหนาแน่นในอาคารพักผู้โดยสารและภายในสนามบิน เพื่อช่วยบริหารจัดการพื้นที่โดยใช้เอไอวิเคราะห์
ในอนาคตจะมีการลงทุนพัฒนาระบบอีกมากเพื่อส่งเสริมการคำนวณพลังงานเพื่อเป้าหมาย กรีนแอร์พอร์ต รวมถึงซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ตามความต้องการของผู้บริหารสนามบิน
และว่า ประเทศไทยได้ประกาศสู่การเป็น Net Zero ในปี 2050 ดังนั้นบริษัทจึงต้องเตรียมแผนการดำเนินธุรกิจที่สร้างโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะโครงการ Smart Airport และ Green Airport เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ในอีก 24 ปีข้างหน้า เช่น การพัฒนาระบบประหยัดพลังงานสำหรับอาคารและสนามบิน (Energy Saving for Building/Airport) เพื่อลดการปล่อยมลพิษ
โซลูชั่น Smart Flow การนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพื้นที่ (Proficiency Management) และลดกระบวนการที่ไม่จำเป็น (Lean Process) ซึ่งช่วยประหยัดทั้งต้นทุนด้านเวลาและทรัพยากรบุคคล
การคาดการณ์จุดแออัดล่วงหน้า (Predictive Analytics) ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบอกได้ว่าผู้โดยสารจะไป “กระจุกตัว” ที่จุดไหนและเวลาใดเป็นพิเศษ เช่น สามารถระบุได้ว่าทุกวันจันทร์เวลา 08.00 น. หรือวันอังคารเวลา 10.00 น. จะเกิดความแออัดที่จุดตรวจค้นจุดใดจุดหนึ่ง ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้บริหารสนามบินสามารถจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไปสแตนด์บายรอล่วงหน้าตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ
การทำ Lean Process เพื่อลดขั้นตอน ข้อมูลจาก Smart Flow ช่วยในการวิเคราะห์เพื่อตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น (Waste) ออกไป จากเดิมที่อาจมีถึง 10 ขั้นตอน ให้เหลือเพียง 6-7 ขั้นตอน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรบุคคลได้ถึง 20-30% ทำให้สนามบินมีประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงสุดภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่เท่าเดิม
ปัจจุบันเรื่อง Green Business และ Green Energy อยู่ในขั้นตอนของการเป็นที่ปรึกษาและวางกรอบการดำเนินงาน เพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการ คาดว่าภายใน 1-2 ปีข้างหน้าจะเริ่มเห็นโครงการเกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยที่ Sky ict จะเป็นผู้ลงทุนระบบไปก่อน และหากสนามบินเห็นว่าดีและเหมาะสมจึงค่อยใช้เป็นรายบริการ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ผู้โดยสารบินเข้าไทยเพิ่มขึ้นกลางไฟสงครามอิหร่าน โอกาสและวิกฤต