คำต่อคำ “ศุภชัย เจียรวนนท์” แจงเหตุผลแผนปรับโครงสร้าง ดึง 3 บริษัท “เคาน์เตอร์เซอร์วิส-ไทยสมาร์ทคาร์ด-ซีพี แอ็กซ์ตร้า” เข้าร่วมอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจการเงิน Virtual Bank เผยเป็นไปตามคำแนะนำธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ “ผู้ถือหุ้น” ชี้ขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 มีมติสำคัญคือ “กรรมการผู้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย” (กรรมการอิสระ) ทั้ง 6 คน มีมติไม่เห็นด้วยในการที่จะมีการปรับโครงสร้างให้บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CPAXT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CPALL เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงิน ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
โดยมีความเห็นสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทที่เห็นว่า บริษัทย่อยของบริษัททั้ง 3 แห่งดังกล่าว มีบทบาทสำคัญและเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของบริษัทอย่างใกล้ชิด โดยเป็นกลไกหลักในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน สร้างรายได้ และสนับสนุนการเติบโตของร้านค้าเซเว่นอีเลฟเว่น การปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านความคล่องตัว ความซับซ้อนด้านกฎเกณฑ์ เพราะเข้าข่ายเป็นการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เมื่อพิจารณาถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส ความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ตลอดจนความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง
โดย CPALL มีกรรมการทั้งหมด 17 คน และเป็นกรรมการอิสระ 6 คน ประกอบด้วย นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์, พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, นางน้ำผึ้ง วงศ์สมิทธิ์, นายประสพสุข บุญเดช, นายผดุง เตชะศรินทร์ และนายสมบูรณ์ งามลักษณ์
และเนื่องจากดีลนี้เข้าข่ายรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน จึงต้องเอาเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นโหวตในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
ล่าสุดนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และรองประธานกรรมการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ตอบคำถามถึงประเด็นดังกล่าวว่า กรณีของเคาน์เตอร์เซอร์วิส ด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ หากจะขอใบอนุญาต Digital Bank/Virtual Bank บริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มต้องถูกรวมไว้ในที่เดียว
แต่กรรมการอิสระของ CPALL ไม่เห็นด้วยว่า เคาน์เตอร์เซอร์วิส ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับค้าปลีก รับชำระค่าน้ำ ค่าไฟ และธุรกรรมกับธนาคารทั้งหมด หากนำไปรวมกับ Virtual Bank แล้วถ้า Virtual Bank ไม่ให้ความสำคัญแล้วธุรกิจของเขาจะมีปัญหา เขาก็ยืนว่าไม่เห็นว่าจะต้องเอาไปรวม
“แบงก์ชาติบอกว่าถ้าคุณทำถึงที่สุดแล้ว ในฐานะบริษัทมหาชน โดยที่ผู้ถือหุ้นเป็นผู้ตัดสินใจ หากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็ไม่จำเป็นต้องรวม แต่ต้องผ่านกระบวนการให้ถึงที่สุดก่อน เพราะแบงก์ชาติถือว่า CP Group มีอำนาจบริหารครอบคลุม CPALL แล้วก็ดิจิทัลแบงก์”
เมื่อถามว่าภาพออกมาเหมือนมีความขัดแย้ง นายศุภชัยกล่าวว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งแต่เป็นไปตามกระบวนการของแบงก์ชาติ
“ปรึกษาแบงก์ชาติแล้ว ก็แนะนำว่าต้องดำเนินเรื่องในฐานะบริษัทมหาชนให้ถึงที่สุดก่อน แบงก์ชาติถึงจะยอมรับได้ว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้เป็นอิสระจากกัน”
นอกจากนี้ นายศุภชัยยืนยันว่า แม้ 3 บริษัทย่อยไม่ได้มารวมในกลุ่มธุรกิจการเงินก็ไม่กระทบกับดิจิทัลแบงก์
“จริง ๆ เกรงว่าจะกระทบซีพีออลล์มากกว่า เพราะถ้ารวมแล้วแต่ไม่ให้ความสำคัญกับมัน จะทำให้ซีพีออลล์เสียหายได้ และประเด็นที่สอง คือพอมาเป็นส่วนหนึ่งของธนาคาร เมื่ออุตสาหกรรมธนาคารแข่งขันกัน จะกลายเป็นว่าดึงซีพีออลล์เข้ามามีความขัดแย้งกับกลุ่มธนาคารด้วยรึป่าว ทั้งที่ต้องเป็นคนกลาง ต้องคบกับทุกแบงก์ ดังนั้นซีพีออลล์ก็ยืนว่าไม่รวม เพราะเกรงว่าจะกระทบถึงธุรกิจ แต่ถ้าไม่เดินเรื่องไปถึงผู้ถือหุ้นแบงก์ชาติก็จะถือว่า CP มีอำนาจควบคุม ดังนั้น จึงต้องไปให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยพิจารณาด้วย” นายศุภชัยกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ศุภชัย’ ตอบแล้ว เหตุผลต้องดึง 3 บริษัทย่อย CPALL เข้าร่วมธุรกิจ Virtual Bank