“เอกนัฏ” ลงนามประกาศมาตรการคุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน ฉบับ 2 มีผลทันที คุมราคาห้ามเกินราคาขายปลีก บังคับรายงานสต็อกย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จี้โรงกลั่นน้ำมันต้องรายงานทุกอย่างให้กรมธุรกิจพลังงาน และ สนพ. ภายในเวลา 12.00 น.ของทุกวันศุกร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงนามในราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงพลังงาน กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการดำเนินการค้าน้ำมันของผู้ค้าน้ำมัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) ให้มีผลบังคับใช้ทันที โดยสาระสำคัญ มีดังนี้
1.ยกเลิกนิยามเดิม ของคำว่า “น้ำมันเชื้อเพลิง” เพื่อให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น
2.เพิ่มบทนิยามใหม่ คือ “โครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง” โดยให้ยึดตามโครงสร้างราคาที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ประกาศแนะนำในเว็บไซต์ (www.eppo.go.th)
3.ให้ผู้ค้าน้ำมันแสดง “ราคาจำหน่าย” และ “ปริมาณคงเหลือ” ในแต่ละวัน (ของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซลหมุนเร็ว) ไว้ที่หน้าโรงกลั่นน้ำมัน และหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง โดยรูปแบบการแสดงผลต้องระบุราคาเป็นบาทต่อลิตร และปริมาณเป็นลิตร โดยตัวเลขต้องชัดเจน เปิดเผย และอ่านได้ง่าย (ต้องมีภาษาไทยเป็นหลัก)
4.ผู้ค้าน้ำมันต้องขายน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซลหมุนเร็วตามราคาที่ประกาศไว้
5.ราคาที่ขายต้องไม่สูงกว่าราคาขายปลีก ตามโครงสร้างราคาที่ สนพ.กำหนด
6.คลังน้ำมันนอกกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถบวกค่าขนส่งเพิ่มได้ตามส่วนต่างที่ระบุในบัญชีแนบท้ายประกาศ
7.ให้ผู้ค้าน้ำมันซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันรายงาน ต้นทุนน้ำมันดิบ, ราคาจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป และต้นทุนการกลั่น ต่อกรมธุรกิจพลังงาน และ สนพ. ภายในเวลา 12.00 น.ของทุกวันศุกร์
8.เมื่อมีการจัดทำ “ใบกำกับการขนส่ง” น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซลหมุนเร็ว ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานข้อมูลการจำหน่ายหรือขนถ่ายน้ำมันนั้นทันที โดยส่งข้อมูลพร้อมสำเนาใบกำกับการขนส่งเข้าสู่ระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (doeb.go.th) ทุกครั้งที่มีการขนส่ง
ทั้งนี้มีผลย้อนหลัง โดยให้เริ่มรายงานข้อมูลและสำเนาใบกำกับการขนส่ง ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นต้นไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: เอกนัฏสั่งโรงกลั่นรายงานต้นทุน-ราคาขายน้ำมัน ก่อนเที่ยงทุกวันศุกร์