เอกนัฏเผยมติ กบง.ลดค่าการกลั่นเป็น 5 บาทต่อลิตรถึง 9 พ.ค. มีผลพรุ่งนี้(24 เม.ย. 69) ชี้ดึงเงินส่วนต่างค่าการกลั่นร่วมหมื่นล้านบาท ลดภาระกองทุน-ประชาชน ลุ้น กบน.เคาะราคาหน้าปั๊มลดลงหรือไม่เย็นนี้ พร้อมเผยเล็งราคาหน้าโรงกลั่นอีก 3 บาทต่อลิตร หลัง 9 พ.ค. ระบุเตรียมชงกู้เงิน 2 หมื่นล้านบาทชดเชยตามกรอบ พ.ร.บ.กองทุน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่าที่ประชุมได้มีมติให้ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นจากเดิมลบ 2 บาท มาอยู่ที่ลบ 5 บาท ไปจนถึงวันที่ 9 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ หลังวันที่ 9 พ.ค. ก็จะมีส่วนลดเพิ่มเติมอีก -3 บาท ซึ่งก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบน.) อีกรอบ ซึ่งจะลงในราชกิจจานุเบกษาภายในวันนี้ โดยจะส่งผลทันทีในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ เหตุผลที่มีการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลง เนื่องจากคำนวณตัวเลขเมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย. ซึ่งตัวค่าการกลั่นสูงขึ้นไปแตะเฉลี่ยอยู่ที่ 14 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทรวงได้อนุญาตให้นำต้นทุนที่สูงกว่าปกติทุกด้าน อาทิ ค่าประกันและค่าขนส่ง ซึ่งทั้ง 6 โรงกลั่นจะต้องส่งตัวเลขจริงเข้ามาที่กระทรวง และเมื่อพิจารณาแล้วจะดูค่าการกลั่นที่เหมาะสมจะอยู่ที่เท่าใด ซึ่งส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินก็จะนำมาลบออก
นายเอกนัฏกล่าวว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเวลาการคำนวณค่าการกลั่นกระทรวงได้ดูในทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน หรือดีเซล เมื่อนำมาทอยออก หรือดูว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกิน โดย 2 สัปดาห์แรกของต้นเดือน เม.ย. เกิน 5 พันล้านบาท ก็นำส่วนเกินมาลดราคาให้กับน้ำมันดีเซลออก เนื่องจากราคาส่วนต่างที่สูงในขณะนี้คือน้ำมันดีเซล จึงนำมาลบดีเซลออกอยู่ที่ -5 บาทต่อลิตร และไม่นับของเดิมที่เคยลบ 2 บาท ซึ่งขณะนี้ก็คำนวณได้ว่าผลประโยชน์ส่วนเกินอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ในขณะที่ครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 5 พันล้าน รวม ๆ เงินที่นำมาจากโรงกลั่นร่วม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งนำมาเป็นส่วนลดราคาที่หน้าโรงกลั่น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการลดราคาหน้าโรงกลั่นจะส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นตัวเลขตั้งต้นราคาที่โรงกลั่น ซึ่งหมายความว่าจะเป็นไปได้ 2 ทาง 1 คือนำเงินส่วนหนึ่งไปลดราคาที่หน้าปั๊ม หรือราคาขายปลีก และ 2 นำไปลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เพราะตอนนี้กองทุนเป็นหนี้ติดลบกว่า 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้น หากไม่รีบใช้หนี้ผู้ใช้น้ำมันอาจจะต้องใช้นำมันแพงขึ้นในอนาคต เพื่อจะนำเงินส่วนต่างมาคืนหนี้ที่ก่อไว้ ดังนั้น จะมีการบริหาร 2 อย่างควบคู่กันไป
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ ราคาที่สิงคโปร์ ชมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเห็นว่าไทยยังไม่มีการปรับราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊ม ดังนั้น กระทรวงจะนำเงินดังกล่าวมาบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้ราคาหน้าปั๊มอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยในเย็นวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือ กบน. เพื่อกำหนดราคาน้ำมันขายปลีกอีกครั้ง แต่ทั้งนี้จะต้องรอดูสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์อ้างอิงด้วย
นายเอกนัฏย้ำว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นที่ -5 บาทในขณะนี้ไม่ได้แปลว่าจะมีการลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากนี้ไปการพิจารณาปรับขึ้นหรือปรับลง จะไม่เป็นไปแบบกระชาก 5 ถึง 6 บาทต่อลิตรเหมือนที่ผ่านมา หรือปรับตัวลดลง 3 ถึง 4 บาทต่อลิตร ที่ถือเป็นการปรับขึ้นลงมากเกินไป โดยหลังจากนี้จะเป็นการทยอยปรับขึ้นลง และมีความคาดหวังว่าจะไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีก แต่ทั้งนี้ก็จะต้องดูราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์เพื่อนำมาอ้างอิงด้วย
นายเอกนัฏยังเปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอรัฐบาลเพื่อขอกู้เงินวงเงิน 2 หมื่นล้าน เพื่อมาพยุงกองทุนน้ำมัน แต่จะไม่ขอกู้เกินกรอบเพดานจนทำให้กระทรวงการคลังจะต้องมาค้ำประกันเงินกู้ให้ ซึ่งจะทำตามกรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมัน คือกู้เงินไม่เกินกรอบที่กำหนดไว้ 2 หมื่นล้านบาท
“การกู้ไปถึงอาจจะไม่ปรับไปถึง 100,000 ถึง 150,000 ล้านบาท เพราะจะกระทบต่อสถานะกองทุนน้ำมันและจะมีการพูดคุยกับเจ้าหนี้ของกองทุน มีการยืดหนี้โดยการเจรจาให้ผู้ค้ามีการยื่นหนี้กองทุนออกไป ซึ่งกระทรวงจะพยามบริหารจัดการให้ดีขึ้น ซึ่งกองทุนน้ำมันเคยติดลบต่อวัน 2,600 ล้านบาท จะให้ขาดทุนหรือมีส่วนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย สักวันละ 1 ร้อยล้านบาทเป็นต้น เพื่อให้กองทุนมีเงินไปคืนเจ้าหนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องกู้สูงกว่าระดับที่ พ.ร.บ.กองทุนกำหนดไว้ จนนำไปสู่การออก พ.ร.ก.เงินกู้ จนให้กระทรวงการคลังมาค้ำประกันคืนหนี้ ซึ่งพยายามบริหารให้เป็นแบบนี้อยู่ แต่ต้องยอมรับสภาพว่ากองทุนเป็นหนี้ ซึ่งการลดราคาหน้าโรงกลั่นเปรียบเสมือนให้มาช่วยใช้หนี้ตรงนี้ด้วย” นายเอกนัฏกล่าว
นายเอกนัฏยืนยันว่าจะพยายามที่จะรักษาสถานะกองทุนให้อยู่ภาวะที่เหมาะสมไม่เช่นนั้นจะรับมือไม่ไหว เพื่อเตรียมความพร้อมในการสู้รบ แต่หากไม่มีและสถานการณ์ในตะวันออกกลางดีขึ้นก็จะยินดีทยอยลดลง โดยเฉพาะราคาขายปลีกน้ำมันที่หน้าปั๊ม
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังพยายามที่จะดูแลในเรื่องของการอุดหนุนราคาน้ำมันให้แก่เกษตรกร รถบรรทุก ไรเดอร์ ที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพน้ำมันบี20 บี7 ซึ่งรัฐบาลก็อุดหนุนเป็นจำนวนมากกว่าน้ำมันประเภทปกติ
อ่านข่าวต้นฉบับ: กบง.ลดค่ากลั่นเป็น 5 บาท มีผล 24 เม.ย.นี้ หลัง 9 พ.ค. เล็งลดอีก 3 บาท
