รัฐบาลอนุทิน 2 ต้องบริหารความเสี่ยงทุกด้าน ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูน หลังประเทศไทยต้องเผชิญกับผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง กลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ
เงิน-งบประมาณในมือของรัฐบาลเพื่อบริหารจัดการประเทศก็อยู่ในภาวะตึงตัว พื้นที่การคลังกำลังแคบลง สถานการณ์อาจกลายเป็นภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต”
ในการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณ 2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยอมรับว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งในครั้งนี้อาจจะแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา
เนื่องจากขณะนี้เราอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ของโลกที่มีความผันผวนสูง ท่ามกลางการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศไทยและของทั้งโลก
“ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ภาครัฐจะต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำในการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ พวกเราต้องปรับปรุงและปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในทรัพยากรที่ใช้น้อยลง โดยเริ่มจากการปรับลดงบประมาณ แผนงาน หรือโครงการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิธีคิดในการวางแผนงบประมาณให้ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริงให้กับประเทศของเรา”
แนวทางการจัดทำงบประมาณ ปี 2570 จึงถูกกำหนดไว้5 ข้อสำคัญ ครอบคลุม 23 นโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วย
1. ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล รักษาวินัยและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ
2. ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Pro – Growth Budget Initiative) อย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และมีคุณภาพ ผลักดันการปฏิรูปประเทศ (Transformation) สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การป้องกันภัยพิบัติและเตรียมพร้อมรับมือภัยต่าง ๆ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในภาครัฐ
3. จัดทำงบประมาณแบบแม่นยำ ตรงเป้าหมาย ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของประเทศ (Precisely Targeted Budgeting) ยึดหลักการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero – Based Budgeting) คำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า (Value for Money: VfM)
4. จัดทำแผนงาน/โครงการ โดยกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ที่ชัดเจน ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลจริง (Demand – Driven by Data Analytics)
5. พิจารณาความครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ
6. ให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณมิติพื้นที่ (Area)
7. พิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยภาพรวมคำขอฯ ของหน่วยรับงบประมาณปรับเพิ่มขึ้นไม่ควรเกินร้อยละ 20 ของงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2569 โดยควรเป็นรายจ่ายลงทุน หรือรายจ่ายเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล
8. ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย
อนุทินตั้งเป้าว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 ต้องตรงเป้าและแม่นยำและสามารถตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ของรัฐบาลในการนำพาประเทศพ้นภาวะวิกฤตที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ ควบคู่กับการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคง และยั่งยืน หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางโดยเร็ว
นอกจากนี้รัฐบาลได้กำหนดนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่การสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ด้วยนโยบาย 5 ด้าน
1.ด้านเศรษฐกิจ เราต้องกระจายรายได้และสร้างโอกาสให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้ รวมทั้งส่งเสริมการค้า การเกษตร ท่องเที่ยว ผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม
2.นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เราจะต้องเสริมสร้างบทบาทเชิงรุกของไทยบนเวทีโลกด้วยความสร้างสรรค์ เร่งผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECDให้ได้ภายในปี 2571 และส่งเสริมความมั่นคงทางชายแดน และความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
3.นโยบายด้านสังคม รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการศึกษา สุขภาพ สร้างเสริมสถาบันครอบครัว สร้างชุมชนที่เข้มแข็งผ่านนโยบายสูงวัยพลัส และการศึกษาเท่าเทียมพลัส
4.นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศมีการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และมีระบบการป้องกันการเตรียมความพร้อมและการรับมือภัยพิบัติที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็น 0 ในปี 2593 หรือ ค.ศ. 2050ผ่านนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว
และ 5.นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมายมุ่งให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นราชการทันใจ รวมทั้งแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นผ่านนโยบาย AI พลัส และ Thailand พลัส
ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามแผนการคลังระยะปานกลาง ปี 2570 – 2573 ได้กำหนดกรอบไว้จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2569 เพียง 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น
ในขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิ ตามกฎหมาย ตามข้อผูกพัน และสวัสดิการต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ ปี 2570 และความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การใช้จ่ายงบประมาณจะต้องคำนึงถึงหลักความคุ้มค่า และหลักงบประมาณฐานศูนย์ โดยไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่เคยได้รับจัดสรรในปีที่ผ่านมา แต่เน้นเรื่องความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ ต้องปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศให้มากที่สุด
การขอรับจัดสรรงบประมาณในปีนี้จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณปี 2569 โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นจะต้องเป็นรายจ่ายด้านลงทุน
“นี่เป็นกฎเหล็กของปีงบประมาณ 2570 เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตในขณะนี้ และเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งขอให้ทุกหน่วยรับงบประมาณปรับลดคำขอตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการศึกษาดูงาน และปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน เน้นขอให้เป็นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องก่อสร้างขอให้ใช้รูปแบบการร่วมระหว่างรัฐและเอกชน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมให้มุ่งเน้นการซ่อมบำรุงเส้นทางเดิมมากกว่าการขยายเส้นทางใหม่ โดยเฉพาะ 1-2 ปีนี้ ไม่ใช่ตลอดไป” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า รวมถึงงบประมาณของกลุ่มจังหวัด ขอให้งดการตั้งงบประมาณเพื่อการพัฒนาถนนและแหล่งน้ำ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของพื้นที่ในการดำเนินการ สำหรับงบประมาณของจังหวัดจะมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
นอกจากนี้ด้วยสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง โดยทุกหน่วยงานที่จะทำสัญญาเช่าหรือซื้อรถยนต์มาใช้ในราชการให้ดำเนินการเช่ารถยนต์ EV หรือรถยนต์ Hybrid
สำหรับรายการที่ลงนามสัญญาเช่าไว้แล้ว ให้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการพิจารณาปรับแก้ไขสัญญาเช่ารถราชการ จากเดิมที่เป็นรถยนต์สันดาป ให้สามารถเปลี่ยนเป็นรถยนต์ EV หรือ Hybrid ได้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางธุรกิจ ต้นทุน ภารกิจของหน่วยงาน และความเป็นไปได้รวมทั้งขอให้หน่วยงานติดตั้ง Solar Rooftop ในทุกพื้นที่ที่สามารถทำได้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการฝ่าวิกฤตพลังงานเชื้อเพลิงในครั้งนี้ไปด้วยกัน
ขอเน้นย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักการสำคัญ 3 ประการในการทำงาน คือ 1.พิทักษ์ รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2.ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดิน บนหลักธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอให้พวกเราได้ร่วมมือกัน ทำภารกิจสำคัญนี้ให้สำเร็จลุล่วงเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยของเราให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ในส่วนเรื่องการดูแลความมั่นคงในประเทศ ในเรื่องการดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องมีความพร้อม ต้องไม่ให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามของเราคิดว่าเขาสามารถจะมารุกรานประเทศของเราเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งการเตรียมความพร้อมทางด้านนี้ขอให้ทางกองทัพและสำนักงบประมาณได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี
เพราะหากมีเรื่องการสู้รบแต่ละครั้งสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องสร้างความมั่นใจคือ เรามีศักยภาพมีแสนยานุภาพเพียงพอที่จะปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินไทยของเรา รวมถึงศักดิ์ศรีของประเทศไทย แผ่นดินที่เป็นของคนไทยที่เป็นของประเทศไทยจะต้องปรากฏอยู่ในแผนที่ประเทศไทยเท่านั้น ฉะนั้นขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการปกป้องดินแดนของพวกเรา
อ่านข่าวต้นฉบับ: กฎเหล็ก ‘อนุทิน’ จัดงบ 2570 ลดดูงาน งดสร้างอาคาร-ขยายถนน
