ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังระบบป้องกันอากาศยานอิหร่านสกัดเป้าหมายศัตรูเหนือกรุงเตหะราน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นหลังสำนักข่าวในประเทศอิหร่านรายงานว่าระบบป้องกันอากาศยานในกรุงเตหะรานได้เริ่มปฏิบัติการยิงสกัดเป้าหมายเหนือน่านฟ้าเมืองหลวง และมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนเข้าใส่ฐานที่ตั้งของกลุ่มชาวเคิร์ดซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอิหร่านในประเทศอิรัก อีกทั้งอิหร่านยังยกระดับความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซด้วยการเผยแพร่ภาพวิดีโอขณะหน่วยคอมมานโดบุกจู่โจมเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อ 23 เม.ย. 2569 อยู่ที่ 95.85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 105.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
สถานีวิทยุของอิสราเอลรายงานว่า นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านได้ประกาศลาออกจากทีมเจรจาที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางในการหารือกับสหรัฐเพื่อยุติสงคราม โดยการลาออกครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นชัยชนะของกลุ่มสายแข็ง (Hardliners) ภายในรัฐบาลอิหร่านที่พยายามขัดขวางการประนีประนอม
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันคำสั่งให้กองทัพเรือสหรัฐยิงทำลายเรือทุกลำที่พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุชัดเจนว่าสหรัฐจะปิดล้อมน่านน้ำแห่งนี้จนกว่าอิหร่านจะยอมทำข้อตกลง แม้จะมีการขยายระยะเวลาหยุดยิงตามคำขอของตัวกลางอย่างปากีสถาน แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงจำกัดการเดินเรืออย่างเข้มงวด
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของผู้บริหารบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวน 120 แห่ง พบว่าส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่าสถานการณ์เดินเรือจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในเร็ววัน โดยมีเพียงร้อยละ 20 ที่คาดว่าการสัญจรจะกลับมาเป็นปกติภายในเดือน พ.ค. 69 ขณะที่ผู้บริหารร้อยละ 39 คาดการณ์ว่าต้องรอจนถึงเดือน ส.ค. 69 และอีกร้อยละ 26 มองว่าอาจล่วงเลยไปถึงเดือน พ.ย. 69 จนกว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจะคลี่คลาย
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม อิหร่านสกัดเป้าหมายศัตรูเหนือกรุงเตหะราน
