กระทรวงพาณิชย์เร่งเปิดเกมรุกฤดูกาลทุเรียนปี 2569 หลังผลผลิตทั่วประเทศคาดพุ่งแตะ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน ดึงอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ออนไลน์ลงพื้นที่ “ไลฟ์หน้าสวน” ขายทุเรียนไทยตัดสดส่งตรงถึงผู้บริโภค หวังเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตให้เกษตรกร ควบคู่รักษาราคาตลาดในช่วงผลผลิตออกมาก โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมที่ภาคตะวันออกจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดสูงสุด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อาทิ พิมรี่พาย เพื่อส่งเสริมการจำหน่าย “ทุเรียนไทย” ผ่านรูปแบบ Live Commerce จากแหล่งผลิตโดยตรงว่า กระทรวงพาณิชย์ต้องการใช้ช่องทางดิจิทัลเป็นเครื่องมือเชื่อมผลผลิตจากเกษตรกรไปยังผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปีที่ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นมาก จำเป็นต้องเร่งขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศพร้อมกัน
Live Commerce ไม่ใช่เพียงช่องทางระบายผลผลิตระยะสั้น แต่เป็นการยกระดับการค้าผลไม้ไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้ชัดเจน โดยอินฟลูเอนเซอร์จะลงพื้นที่ถึงหน้าสวน คัดเลือกทุเรียนคุณภาพ ตัดสด และจัดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย
“เราจะร่วมมือกันนำผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรมาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม ประชาชนได้บริโภคทุเรียนคุณภาพ เนื้อดี ในราคาที่เป็นธรรม ขณะเดียวกันเกษตรกรจะได้เรียนรู้การขายออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ และการเข้าถึงตลาดดิจิทัล เพื่อนำไปต่อยอดช่องทางจำหน่ายของตนเองในระยะยาว” นางศุภจีกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU กับ TikTok Technologies Ltd. เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรผ่าน TikTok Shop และ Live Commerce รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอเชิญชวนครีเอเตอร์และผู้ค้าออนไลน์เข้ามามีส่วนร่วมจำหน่ายผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียนไทย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งผู้บริโภคชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits” สร้างการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทยในระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การใช้ Live Commerce เจาะตลาดจีนเริ่มเห็นผลชัดเจน โดยการไลฟ์สดขายทุเรียนไทยผ่านอินฟลูเอนเซอร์ KOL จีน เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้รับการตอบรับดี มีชาวจีนติดตามชมกว่า 1.5 แสนราย และมีคำสั่งซื้อทันที 15 ล้านบาท สะท้อนกำลังซื้อของตลาดจีนและโอกาสของทุเรียนไทยบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ก่อนหน้านี้ นางศุภจีได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนไทย พร้อมตรวจเยี่ยมกระบวนการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก ณ บริษัท แซม-ซัน อินเตอร์ เฟรช จำกัด ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานภาครัฐ-เอกชนในพื้นที่เข้าร่วม
นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว กรรมการผู้จัดการบริษัท แซม-ซัน อินเตอร์ เฟรช จำกัด อดีตนายกสมาคมผู้ส่งออกทุเรียนและมังคุด ได้บรรยายสรุปขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพทุเรียนก่อนส่งออก ตั้งแต่การตรวจโดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 หรือ สวพ.6 ร่วมกับ Central Lab Thai ไปจนถึงกระบวนการตรวจปิดตู้โดยด่านตรวจพืชจังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก
ในโอกาสดังกล่าว นางศุภจีได้ปล่อยคาราวานผลไม้สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ การกระจายผลผลิตเข้าสู่ห้าง Modern Trade ในประเทศ และการส่งออกไปยังตลาดจีนด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ปริมาณกว่า 100 ตัน
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. กรมศุลกากร และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดแยกไปจนถึงการส่งออก
“วันนี้ได้เห็นกระบวนการคัดคุณภาพอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การตรวจเปอร์เซ็นต์แป้งที่ต้องไม่ต่ำกว่า 32% และที่นี่ตั้งเกณฑ์สูงถึง 35% รวมถึงการตรวจสารตกค้างโดยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ทั้งสารแคดเมียมและ BY2 สะท้อนความตั้งใจของผู้ประกอบการในการรักษาคุณภาพทุเรียนไทย” นางศุภจีกล่าว
นางศุภจีกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งทีมล่วงหน้าโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปประจำด่านสำคัญ ทั้งเส้นทางผ่านเวียดนามและลาว โดยเฉพาะด่านเชียงของ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ และกระจายการส่งออกไปยังตลาดจีน รวมถึงจีนตอนในและจีนตะวันตก
“ปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 30% สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาคุณภาพ หากคุณภาพดีจะช่วยพยุงราคาได้ ขณะเดียวกันกระทรวงได้เตรียมความพร้อมทั้งตู้คอนเทนเนอร์และแรงงาน โดยร่วมกับกระทรวงแรงงานพัฒนาทักษะแรงงานรองรับฤดูกาลผลไม้” นางศุภจีกล่าว
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าส่งเสริมการบริโภคในประเทศควบคู่กับการส่งออก ผ่านความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน ห้าง Modern Trade ตลาดกลาง และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะการร่วมมือกับ TikTok เพื่อขยายตลาดภายในประเทศ รองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
สำหรับตลาดจีน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายทุเรียนไทยผ่าน Live Commerce ผ่านแพลตฟอร์มซื่อผิ่นฮ่าว โดยมี KOL จีน “เยี่ยน กงจู่ เยี่ยน เจินเสี่ยน” ซึ่งมีผู้ติดตาม 6 ล้านคน ร่วมไลฟ์สดจำหน่ายทุเรียนไทย โดยนางศุภจีได้เข้าร่วมไลฟ์สดกับ KOL จีนด้วย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมมือกับบริษัท ไทยพาวิเลี่ยน จำกัด โปรโมตการจำหน่ายทุเรียนไทยร่วมกับ Top Thai Flagship Store ในจีน โดยแผนไลฟ์สดจะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำหลายแห่ง อาทิ Douyin, Kuaishou และ Taobao เน้นประชาสัมพันธ์เส้นทางของทุเรียนคุณภาพจากไทยไปสู่ผู้บริโภคชาวจีน ภายใต้แนวคิด “From Farm to Table” คาดว่าจะจำหน่ายทุเรียนไทยได้ไม่น้อยกว่า 200 ตัน
กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลผลิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% โดยภาคตะวันออกทยอยให้ผลผลิตก่อน และคาดว่าช่วงเดือนพฤษภาคมจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด
ด้านการส่งออก ปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปตลาดทั่วโลก ปริมาณ 979,045 ตัน มูลค่า 4,368 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 125,737 ล้านบาท ขยายตัว 15.71% ขณะที่ปี 2569 ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ส่งออกแล้ว 101,773 ตัน มูลค่า 506.60 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงถึง 181.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย ช่วงวันที่ 1 มกราคม-22 เมษายน 2569 มีการส่งออกแล้ว 16,037 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 252,690 ตัน มูลค่า 29,288 ล้านบาท โดยเส้นทางขนส่งสำคัญผ่านด่านเชียงของและด่านนครพนม
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ได้กำหนดแผนผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 ครอบคลุม 3 กลุ่มตลาด ได้แก่ 1.ตลาดหลัก โดยเน้นรักษาตลาดจีน ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง 2.ตลาดศักยภาพ ซึ่งรู้จักผลไม้ไทยเป็นอย่างดี ได้แก่ ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐ และ
3.ตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ โดยเน้นสร้างการรับรู้ผลไม้ไทย นำร่องด้วยผลไม้แปรรูปในกลุ่มตะวันออกกลาง ยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS”
นอกจากนี้ จะเดินหน้ากิจกรรมสำคัญ ทั้งการจับคู่ธุรกิจ การส่งเสริมการขายในต่างประเทศภายใต้กิจกรรม Thai Tropical Fruits Golden Months การใช้ E-Commerce และ Influencer การเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อบริหารจัดการผลผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้า และขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง
วันเดียวกัน นางศุภจีและคณะได้เดินทางไปยังบริษัท เกาฟง จำกัด ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อหารือกับผู้บริหารและติดตามการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพแช่แข็งส่งออกต่างประเทศ รวมถึงดูกรรมวิธีการแกะเนื้อทุเรียนและการแช่แข็งด้วยก๊าซไนโตรเจนเหลว ซึ่งช่วยยืดอายุสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์เกษตรไทย
ทั้งนี้ นางศุภจีได้มอบหมายให้ ดร.ปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะร่วมกับนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่หารือผู้บริหารจังหวัดหล่างเซิง และสำรวจเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านด่านสากลหูหงิ ด่านโหย่วอี้กวน และศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน-อาเซียน ฉงจั่ว ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์และการผ่านแดน รองรับฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน
กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า จะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการผลผลิตทุเรียนปี 2569 ทั้งตลาดในประเทศ ส่งออก การแปรรูป และช่องทางออนไลน์ โดยใช้ Live Commerce เป็นกลไกใหม่ในการสร้างดีมานด์ เพิ่มรายได้เกษตรกร และตอกย้ำภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในตลาดโลก
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทุเรียนไทย เปิดศึกไลฟ์สด ยอดวิวจีน 1.5 แสน ปลุกออร์เดอร์ 15 ล้าน
