“เอกนัฎ” เตรียมชง ครม. ก่อนเข้า กพช. เคาะเรตค่าไฟใหม่ในวันที่ 29 เม.ย. 69 นี้ สำหรับบ้านที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย ค่าไฟไม่เกิน 3 บาท ส่วน 201-400 หน่วยยังเรตเดิมที่ 3.95 บาท ลุ้นกลุ่ม 401 หน่วยจะอยู่ที่เท่าไร แนะให้ติดโซลาร์เซลล์ พร้อมลุ้นแผนรับซื้อไฟคืน 2.20 บาท ส่วนเงิน Claw Back จาก กกพ. ช่วยได้แค่หลักสตางค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 28 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนั้นในวันที่ 29 เมษายน 2569 จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างค่าไฟเป็นแบบขั้นบันไดคล้ายภาษี คือใช้ไฟน้อยจ่ายถูกใช้ไฟมากจ่ายแพง แต่ความแตกต่างของแต่ละขั้นยังไม่ชัด
และโครงสร้างนี้แทบไม่ได้เปลี่ยนมาประมาณ 20 ปีแล้ว แนวทางที่กำลังจะปรับคือผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จะได้ใช้อัตราประมาณ 3 บาทต่อหน่วย (ประมาณ 15.4 ล้านครัวเรือน) ส่วนผู้ที่ใช้เกิน 200 หน่วย (ประมาณ 7.8 ล้านครัวเรือน) จะเป็นกลุ่มอัตราค่าไฟในอัตราที่สูงขึ้นเล็กน้อย
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการส่งเสริมโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน ที่ดำเนินการมาแล้วช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยต้องการให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟได้ 2-3 เท่า ขั้นตอนต่าง ๆ จะถูกปรับให้ง่ายขึ้นจากเดิมที่ต้องขอหลายหน่วยงานจะกำหนดให้อนุมัติได้รวดเร็ว ติดตั้งมิเตอร์ดิจิทัลให้เสร็จภายในไม่เกิน 30 วัน หรืออาจเร็วได้ถึงประมาณ 7 วัน และหากผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้ก็สามารถขายคืนเข้าสู่ระบบได้ ในอัตราที่กำลังพิจารณาซึ่งคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 2.20 บาทต่อหน่วย เงินส่วนนี้สามารถนำไปหักลดค่าไฟในรอบบิลได้
แนวทางนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอง หรือเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กจากโซลาร์เซลล์ได้ สำหรับกรอบเวลาคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ ครม. ในช่วงวันที่ 28-29 และประชุม กพช. ต่อเนื่อง โดยมาตรการค่าไฟ 3 บาทสำหรับผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย คาดว่าจะเริ่มใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายน รวมถึงระบบขายไฟคืน (Net Billing) ก็มีเป้าหมายให้เริ่มใช้ในช่วงเวลาเดียวกัน
ในส่วนของค่าใช้จ่ายติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งต้องใช้เงินก้อน ก็มีแนวคิดในการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เช่น การช่วยกันรับภาระดอกเบี้ยบางส่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถผ่อนชำระได้ง่ายขึ้น
“ในเดือนเมษายนยังใช้อัตราเดิมอยู่ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรแต่พอเข้าสู่เดือนพฤษภาคม เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ LNG สูงขึ้น ทำให้ค่า FT ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยขยับจาก 3.88 บาทต่อหน่วย เป็นประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นราว 7 สตางค์
ดูง่าย ๆ คนใช้ไฟน้อยยกว่า 200 หน่อยค่าไฟจะไม่เกิน 3 บาท ผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็จะมีจำนวน 23.2 ล้านครัวเรือน มันเป็นกลุ่มน้อยกว่า 200 หน่วย 15.4 ล้านครัวเรือน ส่วนผู้ใช้ไฟ 201-400 หน่วย ค่าไฟ 3.95 บาท/หน่วย ซึ่งเป็นเรตปกติ จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน ส่วนผู้ใช้ไฟ 401 หน่วย จำนวน 3.2 ล้านครัวเรือน ค่าไฟรอปรับอัตราใหม่ แต่ก็แนะนำให้ติดโซลาร์เซลล์”
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ดังนั้น การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้างวดใหม่ เราจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยด้านต้นทุนเชื้อเพลิงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อราคาก๊าซในตลาดโลก เราต้องรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนประกาศอัตราใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสมมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าภาครัฐและหน่วยงานกำกับ มีเป้าหมายร่วมกันในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจะใช้กลไกต่าง ๆ เช่น เงินส่วนเกินจากกิจการไฟฟ้า เพื่อช่วยชะลอผลกระทบไม่ให้ส่งผ่านโดยตรงในทันที ซึ่งปัจจุบัน กกพ. มีเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า หรือคอลแบ็ก (Claw Back) ในปัจจุบันมีเหลืออยู่ที่ 9,400 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ให้หมดเพราะเป็นเงินของประชาชน ซึ่งเงินในส่วนนี้คาดว่าจะสามารถเข้ามาอุดหนุนราคาค่าไฟได้เพียงประมาณ 13 สตางค์
อ่านข่าวต้นฉบับ: จับตาประชุม กพช. เรตค่าไฟใหม่-ซื้อไฟคืนจากโซลาร์ 2.20 บาท