ไรเดอร์สวมสิทธิขับ Bolt คุกคามนักเรียนหญิง เขย่าขวัญ ETDA เร่งแพลตฟอร์มทำตามข้อกำหนด ปรับปรุงระบบยืนยันตน หากไม่ทำตามประกาศ Ride Sharing ถึงขั้นห้ามประกอบธุรกิจ ด้าน ขบ. ฮึ่ม ไม่ปรับปรุง มีผลต่อการพิจารณาต่ออายุใบรับรองการให้บริการรถสาธารณะ
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากกรณีที่มีนักเรียนหญิงได้เรียกรถโดยสารผ่านแพลตฟอร์ม Ride Sharing และโดนคนขับพาออกนอกเส้นทาง จนเจ้าตัวต้องกระโดดจากรถมอเตอร์ไซค์เพื่อหลบหนี ซ้ำยังพบด้วยว่าไรเดอร์คนขับมีการสวมรอยใช้บัญชีผู้ใช้ของคนอื่น ต่อมามีการยืนยันว่าเป็นแอปพลิเคชั่น Bolt
ล่าสุดวันนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยมีสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภท Ride Sharing พร้อมด้วย กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงผู้บริหารจาก Bolt ประเทศไทย
นายพชรกล่าวว่า ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินมาตรการควบคุมดูแลแพลตฟอร์มให้บริการรถสาธารณะ พร้อมติดตามผลการดำเนินการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนผู้ใช้บริการ
โดยการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น หากแพลตฟอร์มดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงดีอี ETDA และกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมได้กำหนดไว้ให้ผู้ที่จะให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารในแพลตฟอร์มบริการขนส่งสาธารณะ จะต้องขึ้นทะเบียนรถยนต์-จักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17/ร.ย.18) และผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ ซึ่งได้ขยายเวลาให้มีการลงทะเบียนจนถึง 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ดังนั้นต่อจากนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก
“กระทรวงดีอีขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะดำเนินการอย่างเต็มที่ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย ให้มีการลงโทษแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันอาจจะต้องมีการแก้ไขเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะในส่วนของแพลตฟอร์มที่ไม่มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยง การดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ ตามที่กระทรวงดีอี และกระทรวงคมนาคมกำหนด ซึ่งอาจมีการบังคับใช้กฎหมายทั้งทางแพ่ง และอาญา เพื่อควบคุมแพลตฟอร์มที่ไม่ดำเนินการ โดยระงับ หรือยกเลิกการให้บริการของแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งอาจมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในมาตรา 20 ปิดกั้นแพลตฟอร์มนั้น” ปลัดกระทรวงดีอีกล่าว
ด้าน ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริการ Ride Sharing สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ “ยกระดับความเข้มข้นของการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ที่ผ่านมา ETDA ได้มีการดำเนินงานแบบคู่ขนาน ทั้งการดำเนินงานตามกฎหมายอย่างจริงจัง รวมไปถึงการหารือร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Ride Sharing ได้มีการหารือเพื่อกำชับถึงการดำเนินงานและการให้บริการให้สอดคล้องกับ “ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ หรือประกาศ Ride Sharing Platform” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569
ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่าบางแพลตฟอร์มยังมีมาตรการตรวจสอบที่ “ไม่เข้มข้นเพียงพอ” โดยเฉพาะในเรื่องการยืนยันตัวตนของผู้ขับ ETDA จึงได้สั่งการให้แพลตฟอร์มดิจิทัลในฐานะผู้ให้บริการ เร่งยกระดับกระบวนการดังกล่าวให้รัดกุมมากขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนผู้ขับให้เป็นบุคคลเดียวกับที่ลงทะเบียนในทุกครั้งที่ให้บริการ เพื่อป้องกันการสวมรอยบัญชีผู้ขับ และการใช้รถผิดประเภท หรือต้องเป็นรถและผู้ขับที่จด รย.17 รย.18 ตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก ซึ่ง ETDA พบว่ามีจำนวนไรเดอร์ในระบบของแพลตฟอร์มต่าง ๆ กว่า 100,000 บัญชี
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ETDA ได้มีหนังสือเรียกให้ผู้ให้บริการ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมให้เร่งมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การระงับบัญชีผู้ขับที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และการแจ้งเตือนไปยังแพลตฟอร์มอื่นเพื่อตรวจสอบและป้องกันไม่ให้ผู้ขับรายดังกล่าวไปให้บริการในระบบอื่น รวมถึงให้เร่งปรับปรุงระบบการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ประกาศ Ride Sharing Platform กำหนด
โดยหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า แพลตฟอร์มไม่ปฏิบัติตามประกาศ เช่น ปล่อยให้มีผู้ขับที่ใช้รถผิดประเภท ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจนำไปสู่การออกคำสั่ง “ห้ามประกอบธุรกิจ” และหากไม่แก้ไขภายใน 90 วัน อาจถูก “ถอนการรับแจ้ง” และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหากยังคงให้บริการต่อไป
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น ขบ. ได้ดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่าผู้ให้บริการไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการอย่างเข้มข้นซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ขบ. และกระทรวงดีอี กำหนด
ในส่วนของการต่ออายุใบรับรองการให้บริการรถสาธารณะ ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ นั้น ขบ.จะพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยหากแพลตฟอร์มใดยังไม่ปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการ อาจมีผลต่อการต่ออายุใบรับรองฯ
สำหรับความเคลื่อนไหวของการจดทะเบียนรถให้บริการสาธารณะนั้น พบว่าตั้งแต่เดือน ม.ค. 69 ปัจจุบัน ขบ.รับจดทะเบียนแล้วประมาณ 2,000 คัน โดยทั้งระบบมีรถให้บริการสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้องประมาณ 19,000 คัน จากผู้ที่แสดงความประสงค์ขอจดทะเบียน 39,000 ราย
อ่านข่าวต้นฉบับ: เร่งปิดเกมเคสสวมสิทธิขับ Bolt ขบ.-ETDA ฮึ่ม มีผลต่อใบรับรองฯ-ห้ามประกอบธุรกิจ