ประธานาธิบดีทรัมป์ยังปิดล้อมอิหร่านต่อไป เพื่อบีบคั้นทางเศรษฐกิจ สัญญาณของความตึงเครียดในเศรษฐกิจอิหร่านเริ่มปรากฏให้เห็นโดยค่าเงินเรียลอ่อนลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และสำหรับเส้นตายในวันศุกร์ที่ 1 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นที่จะเป็นหมุดหมายสำหรับกระบวนการภายในสหรัฐที่จะยุติสงครามกับอิหร่าน หรือชี้แจงต่อรัฐสภาเพื่อขยายเวลาออกไปนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางของสงคราม
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐยืนยันว่าจะคงการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไป และได้รับฟังรายงานสรุปจากผู้บัญชาการทหารกลาง (US Central Command)
เกี่ยวกับทางเลือกทางทหารเพิ่มเติม ซึ่งเน้นย้ำถึงความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศคู่ขัดแย้ง
ทรัมป์ย้ำว่า การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้จากน้ำมันที่จำเป็นอย่างมาก โดยอ้างว่าแรงกดดันนี้จะบังคับให้อิหร่านกลับมาเจรจาอีกครั้ง
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวในรายการ X ว่า “ขอให้โชคดีกับการปิดล้อมประเทศที่มีพรมแดนใหญ่ขนาดนั้น” โดยอ้างถึงขนาดของประเทศอิหร่านที่ใหญ่โตเขาและเจ้าหน้าที่อิหร่านคนอื่นๆ กล่าวว่า การปิดล้อมจะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งยืนยันว่าจะต้องยกเลิกเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาใหม่และเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้
สหรัฐกำลังเสนอให้พันธมิตรจัดตั้งกองกำลังทางเรือร่วมกันเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ นิวซีแลนด์กล่าวว่าได้รับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว แต่จะสนับสนุนเฉพาะพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐก็ต่อเมื่อมีการหยุดยิงที่ยั่งยืนเท่านั้น
ความพยายามนี้เรียกว่า “Maritime Freedom Construct” หรือ “โครงสร้างเสรีภาพทางทะเล” ซึ่งระบุไว้ในโทรเลขของกระทรวงการต่างประเทศที่ส่งไปยังสถานทูตสหรัฐเมื่อวันที่ 28 เม.ย. โดยเรียกร้องให้นักการทูตกดดันรัฐบาลต่างประเทศให้ลงนาม อ้างอิงตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีตเจอร์นัล
เมื่อ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา นายโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่อิหร่าน แสดงความสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลง เขาได้ออกแถลงการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยให้คำมั่นว่าจะไม่ยอมเสียเทคโนโลยีนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธของประเทศไป นอกจากนี้เขายังส่งสัญญาณว่าเตหะรานจะยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
อิหร่านต้องการให้ยกเลิกข้อจำกัดทางทะเลเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการเจรจาใดๆ เพิ่มเติม หรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า การปิดล้อมจะยังคงอยู่จนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะหยุดยิงที่ไม่มั่นคง
การปิดเส้นทางเดินเรืออย่างต่อเนื่องกำลังผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น โดยราคาน้ำมันเบรนต์ล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 18% ในสัปดาห์นี้สู่ระดับมากกว่า 123 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสงคราม สรุปจากบลูมเบิร์ก (Bloomberg) และรอยเตอร์ (Reuters) ดังนี้
1.อิหร่านเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศรอบกรุงเตหะรานเมื่อช่วงดึกวันที่ 30 เม.ย. เพื่อตอบโต้โดรนสอดแนม ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเปิดใช้งานดังกล่าว
2.พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้โต้เถียงกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ขณะที่พรรคเดโมแครตเน้นย้ำว่าสงครามกับอิหร่านกำลังใกล้ถึงเกณฑ์ 60 วัน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาตามกฎหมายมติอำนาจสงคราม (War Powers Act) สำหรับการดำเนินการใดๆ ต่อไป
ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งในรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เริ่มต้นในต้นเดือนเม.ย.นั้น ได้ทำให้การสู้รบระหว่างสองฝ่ายยุติลงแล้วตามวัตถุประสงค์กฎหมายมติอำนาจสงครามที่เส้นตายกำลังจะมาถึง
ทรัมป์เผชิญกับเส้นตายในวันศุกร์ที่ 1 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นที่จะยุติสงครามกับอิหร่าน หรือชี้แจงต่อรัฐสภาเพื่อขยายเวลาออกไป แต่ดูเหมือนว่าวันดังกล่าวจะผ่านไปโดยไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางของสงคราม
“สำหรับวัตถุประสงค์ของกฎหมายมติอำนาจสงคราม การสู้รบที่เริ่มต้นในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ยุติลงแล้ว” เจ้าหน้าที่กล่าวและเสริมว่า ไม่มีการยิงปะทะกันระหว่างกองทัพสหรัฐและอิหร่านนับตั้งแต่การหยุดยิงที่เปราะบางเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่าสามสัปดาห์ก่อน
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์และผู้ช่วยรัฐสภาได้กล่าวว่า พวกเขาคาดว่าทรัมป์จะแจ้งต่อรัฐสภาว่าเขาวางแผนที่จะขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน หรือไม่สนใจเส้นตาย โดยรัฐบาลจะโต้แย้งว่าการหยุดยิงเป็นการยุติความขัดแย้งแล้ว
กฎหมายมติอำนาจสงครามปี 1973 อนุญาตให้ประธานาธิบดีมีเวลา 60 วันในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารก่อนที่จะยุติลง โดยต้องขออนุญาตจากรัฐสภาหรือขอขยายเวลาอีก 30 วันโดยอ้างเหตุผลว่า “ความจำเป็นทางทหารที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” เพื่อความปลอดภัยของกองทัพ
ทั้งนี้ สงครามอิหร่านเริ่มต้นด้วยการโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอลและสหรัฐเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทรัมป์แจ้งรัฐสภาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความขัดแย้งในอีก 48 ชั่วโมงต่อมา ซึ่งทำให้ครบกำหนด 60 วันในวันที่ 1 พ.ค. 2026
รัฐธรรมนูญสหรัฐ ระบุว่ามีเพียงรัฐสภาเท่านั้น ไม่ใช่ประธานาธิบดี ที่สามารถประกาศสงครามได้ แต่ข้อจำกัดนี้ไม่ใช้กับปฏิบัติการ (Operation) ที่ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งใช้อำนาจบริหารมองว่าเป็นระยะสั้นหรือเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามอย่างทันท่วงที
พรรครีพับลิกัน ต้นสังกัดของทรัมป์ครองเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยในทั้งสองสภาของรัฐสภา นับตั้งแต่เริ่มสงคราม พรรคเดโมแครตพยายามผ่านมติเพื่อบีบให้ทรัมป์ถอนกำลังทหารสหรัฐหรือขออนุมัติจากรัฐสภา แต่พรรครีพับลิกันได้ลงมติคัดค้าน
3.พรรคเดโมแครตกล่าวว่ากระทรวงกลาโหมประเมินค่าใช้จ่ายของความขัดแย้งต่ำเกินไป สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐคนหนึ่งกล่าวว่าตัวเลข 25,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.1 แสนล้านบาท) ที่ให้ไว้ในสัปดาห์นี้ “อาจน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง หรืออาจน้อยกว่าหนึ่งในสี่ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของสงคราม”
4.ทรัมป์เชิญอาลี อัล-ซาอิดี ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของอิรักให้เยือนกรุงวอชิงตันหลังจากที่เขาจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว เนื่องจากสหรัฐพยายามจำกัดอิทธิพลของอิหร่านที่เป็นเปอร์เซียในอิรัก ซึ่งเป็นประเทศอาหรับ ซึ่งในการสนทนาทางโทรศัพท์ ทรัมป์และอาลี อัล-ซาอิดี ได้หารือเกี่ยวกับ “แนวทางในการพัฒนาและเสริมสร้าง” ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสหรัฐและอิรักในด้านต่างๆ
5.สัญญาณของความตึงเครียดในเศรษฐกิจอิหร่านเริ่มปรากฏให้เห็นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยค่าเงินอ่อนลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐกำลังบีบคั้นเศรษฐกิจอิหร่าน
ตามข้อมูลจาก Bonbast.com เว็บไซต์ที่ติดตามค่าเงินในตลาดมืด ค่าเงินเรียลอ่อนค่าลงเกือบ 1.8 ล้านต่อดอลลาร์ในวันที่ 29 เม.ย. ลดลงประมาณ 12% ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้ยากขึ้น
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวเมื่อ 28 เม.ย.ว่า การอ่อนค่าของเงินสกุลเรียลอิหร่านเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งออกแบบมาเพื่อบีบให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงที่จำกัดโครงการนิวเคลียร์นั้นได้ผล
อ่านข่าวต้นฉบับ: อัพเดตสงคราม ทรัมป์ยันกลยุทธ์ล้อมอิหร่าน ค่าเงินเรียลต่ำทุบสถิติ เส้นตายคองเกรส 1 พ.ค.นี้ อาจไร้ผล