รมว.คมนาคม จี้กรมทางหลวง “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” เร่งรัดมอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-นครราชสีมาและ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว เปิดทดลองได้ใช้งานโดยเร็ว ผุดโครงข่ายพื้นที่ภาคใต้ ดันตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายแก่กรมทางหลวง 4 ประเด็น เพื่อเร่งรัดการดำเนินงาน 1. เร่งรัดการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ โดยให้เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างงานโยธา ทั้งมอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-นครราชสีมาและ M82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว เพื่อเปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้งานโดยเร็ว
พร้อมเร่งรัดการประมูลคัดเลือกเอกชน (PPP) ที่ได้รับอนุมัติแล้ว เช่น งานระบบมอเตอร์เวย์ M82, โครงการ ปM5 ส่วนต่อขยายรังสิต-บางปะอิน, M9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตกและโครงการที่พักริมทาง ของมอเตอร์เวย์ M6 และ M81
นอกจากนี้ ให้เร่งเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติมอเตอร์เวย์สายใต้เส้นแรก M8 ช่วงนครปฐม–ปากท่อและให้เพิ่มทางเลือกของแหล่งเงินทุนผ่านการระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
2. ยกระดับโครงข่ายทางหลวงให้ปลอดภัยและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น โครงข่ายถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ แก้ปัญหาการจราจร, การศึกษาพัฒนา ทล.4 และ ทล.41 ให้เป็นมอเตอร์เวย์ และทางแนวใหม่เชื่อม สตูล-สงขลา-ปัตตานี รวมถึงเร่งรัดโครงข่าย MR-MAP โครงการ MR1 ช่วงนครปฐม-นครสวรรค์ โดยบูรณาการร่วมกับการพัฒนาระบบรางและคลองระบายน้ำฝั่งตะวันตก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง
3. มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดระหว่างก่อสร้างโดยต้องจัดระเบียบพื้นที่ก่อสร้างอย่างเคร่งครัด ไฟส่องสว่าง ป้ายเตือนต้องชัดเจน การเร่งรัดงานก่อสร้างต้องดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกับความปลอดภัยในทุกมิติ โดยเฉพาะโครงการที่มีความซับซ้อน ที่สำคัญต้องวางแผนจัดการจราจรในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับบรมราชชนนี (ทล.338) ที่มีแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 นี้ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาใช้ในการแก้ไขปัญหาการจราจร เช่น ใช้ระบบอัตโนมัติในการตรวจจับอุบัติเหตุ , การเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง (m-flow) , ควบคุมไฟจราจร , ทางข้ามถนน และตรวจจับความเร็วบนทางหลวงเป็นต้น
4. นโยบายประหยัดพลังงาน โดยระยะเร่งด่วนให้บริหารจัดการไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวงสายรอง นอกพื้นที่ชุมชน ในช่วงเวลาที่มีรถสัญจรน้อยเวลา 22.00 น. -06.00 น. โดยยึดมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก และในระยะยาวให้ทำโรเแมปเปลี่ยนโคมไฟถนนเป็นระบบ LED อย่างเป็นระบบเพื่อความยั่งยืน
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังเร่งผลักดันแผนแม่บท MR-MAP, การพัฒนาทางแนวใหม่เชื่อมโยงสตูล-สงขลา, โครงการสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก-ลก ตลอดจนการแก้ปัญหาจราจรในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้าง กรมทางหลวงได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในเขตก่อสร้าง เน้นการจัดการจราจร การติดตั้งไฟส่องสว่างที่เพียงพอ และความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทาง
นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Green Highway อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้โคมไฟถนนระบบ LED ให้ได้ไม่น้อยกว่า 80% ภายในปี 2583 พร้อมทั้งได้ประกาศเจตนารมณ์ผ่าน “ปฏิญญากรมทางหลวง” มุ่งสู่การเป็นทางหลวงคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี ค.ศ. 2040 เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนอย่างสูงสุด
อ่านข่าวต้นฉบับ: พิพัฒน์ จี้กรมทางหลวง ปิดจ็อบมอเตอร์เวย์ M6-M82 พัฒนาถนนพื้นที่ภาคใต้
