โครงสร้างค่าไฟใหม่ยังต้องรอ กกพ.ยันงวดเดือน พ.ค.ใช้อัตรา 3.95 บาทต่อหน่วย ส่วนสูตรใหม่แบบขั้นบันไดมีผล มิ.ย. รอ 3 การไฟฟ้าฯ หาเงิน Claw Back มาเพิ่มเติม หลังใช้หมดแล้ว 9,400 ล้าน “ไอออน” เผยขั้นตอนปฏิบัติบ้านขอติดตั้งโซลาร์ ชี้ต้องลงทุนสมาร์ทมิเตอร์อีก 2 พันกว่าบาทถ้าอยากขายไฟคืน แต่เตือนเหมาะสำหรับบ้านเน้นใช้ไฟกลางวัน เพราะจำกัดแค่กำลังไฟ 5 กิโลวัตต์ต่อหลัง แถมขายคืนได้เงินแค่หลักร้อยถึงพันต้น ๆ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ จะทำให้ประชาชนจ่ายถูกลงหรือไม่ว่า เราเอาแสงแดดมาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาแสงแดดมาเข้าโซลาร์รูฟ ประชาชนใช้เหลือรัฐก็ซื้อคืน ซึ่งเหมือนกับการปฏิรูปโครงสร้างการไฟฟ้าไปยังประชาชน
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้โซลาร์รูฟถูกลงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นหลักดีมานด์ซัพพลายเหมือนกับโทรศัพท์มือถือช่วงแรก เครื่องละ 2 แสนกว่าบาท เพราะทุกคนต้องใช้และแข่งกัน ทำให้คุณภาพดี ซึ่งปัจจุบันมือถือทั่วไปราคาแค่ 400 บาท แต่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน
เมื่อถามอีกว่าประชาชนต้องยอมรับกับค่าไฟที่แพงไปก่อนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นี่ถูกลง โดยค่าไฟจำนวน 200 หน่วยแรกสำหรับคนทั่วไป ทุกคนจะได้เท่ากันหมด คือเหลือค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วย ส่วนจำนวน 200 หน่วยถึง 400 หน่วยคิดเป็นขั้นบันได ส่วน 400 หน่วยขึ้นไปก็เป็นอีกราคาหนึ่ง ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข หลายระบบในประเทศไทยก็ทำอย่างนี้
เมื่อถามว่าปกติแล้วค่าไฟเดือนเมษายนใช้ไฟสูง ค่าไฟแพงอยู่แล้ว พอมาปรับโครงสร้างใหม่ซึ่งจะไม่ทันกับรอบบิลประชาชนจะโวยวายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ทันรอบบิลนี้อยู่แล้ว ทุกอย่างมีขั้นตอน และสํานักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นหน่วยงานอิสระ ตนไปบังคับอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มแล้ว เป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโครงการคนละครึ่ง ไทยช่วยไทยพลัส พยายามจะทำให้ถึงมือประชาชนในช่วงต้นเดือนมิถุนายนไปและไม่ได้ช้าอะไร ซึ่งค่าไฟก็เป็นวงรอบของมัน เราทำเต็มที่อยู่แล้ว
แหล่งข่าวจาก กกพ.กล่าวว่า สำหรับอัตราค่าใช้ไฟฟ้าในเดือนพฤษภาคม 2569 นั้นจะยังคงคิดอัตราที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นสูตรงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ซึ่ง กกพ.ดำเนินการโดยใช้เงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินจาก 3 การไฟฟ้าฯ (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) หรือ Claw Back จำนวน 9,400 ล้านบาทมาอุดหนุน อย่างไรก็ตามเงิน ClawBack อาจจะมีส่วนที่เหลือ ซึ่งอาจจะนำมาอุดหนุนในเดือนมิถุนายนเพิ่มเติมก็อาจจะเป็นไปได้ หรือหากเงินจำนวนนี้หมดแล้ว ทาง กกพ.ยังต้องหารือว่าจะนำเงินส่วนไหนมาอุดหนุน
ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง ปตท.ได้มีเงินรายได้จากค่าผ่านท่อก๊าซส่งมาไว้ให้ประมาณ 300 ล้านบาท ดังนั้นอัตราค่าไฟใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นโครงสร้างค่าไฟใหม่แบบขั้นบันได ตามนโยบายรัฐบาล อาจจะใช้เงินทั้งสองส่วนนี้มาช่วยอุดหนุน อย่างไรก็ตาม กกพ.ยังต้องหารือเรื่องอัตราค่าไฟใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อรู้เรตแล้วถึงจะมาคิดว่าจะนำเงินส่วนไหนมาช่วยอุดหนุนในส่วนที่ลดค่าไฟให้กลุ่มที่ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วย อัตราที่ 3 บาทต่อหน่วย
ดังนั้นในเดือนมิถุนายน 2569 เรตค่าไฟฟ้าจะเข้าสู่มาตรการที่ภาครัฐกระทรวงพลังงานกำหนด นั่นคือ ผู้ที่ใช้ไฟต่ำกว่า 200 หน่วยจะจ่ายอยู่ที่ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ในขณะที่เรตตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไปจะคิดในอัตรา 3.95 บาท และแน่นอนว่ากลุ่มที่ใช้เกิน 500 หน่วยจะต้องจ่ายค่าไฟที่เพิ่มขึ้น โดยคิดแบบอัตราก้าวหน้า คำนวณแบบขั้นบันได ซึ่งขณะนี้ กกพ.ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับการไฟฟ้าฯ เพื่อที่จะนำสูตรมาคำนวณอัตราค่าไฟใหม่
นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Eergy เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันขั้นตอนการดำเนินการติดตั้งโซลาร์ครัวเรือนง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อน โดยเรื่องการขออนุญาตจากเขตเทศบาลส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นแล้ว สำหรับการติดตั้งในบ้าน สิ่งสำคัญคือควรมีวิศวกรตรวจสอบโครงสร้างก่อนเพื่อความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคา โครงสร้างเหล็ก เป็นต้น เมื่อสำรวจหน้างานและลูกค้าตัดสินใจติดตั้งแล้วจะมีการมัดจำและสั่งซื้อ จากนั้นบริษัทจะขอเอกสารของลูกค้า เช่น บิลค่าไฟ สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน เพื่อนำไปยื่นขออนุญาต
การขออนุญาตแบ่งเป็น 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) สำหรับกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) สำหรับจังหวัดอื่น ๆ การยื่นคำขอทำผ่านระบบออนไลน์ โดยต้องแนบเอกสาร เช่น ข้อมูลส่วนตัวลูกค้า แบบ Single Line Diagram สเป็กอินเวอร์เตอร์ สเป็กแผง และรายละเอียดการติดตั้ง เมื่อยื่นแล้วการไฟฟ้าฯ จะพิจารณาอนุมัติ และหลังจากติดตั้งเสร็จจะมีการนัดเข้าตรวจหน้างานซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ระหว่างนี้ลูกค้าสามารถทดลองใช้ไฟได้ หลังตรวจผ่านจะได้รับเอกสารอนุญาต ทั้งในกรณี “ขนานไฟ” (ไม่ขายไฟ) หรือ “ขายไฟคืน”
สำหรับเงื่อนไขการขายไฟคืน (ปัจจุบัน) ราคารับซื้อประมาณ 2.2 บาท/หน่วย มีการจำกัดกำลังติดตั้งไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อบ้าน (ซึ่งถือว่าน้อยลงจากเดิม) ประเด็นนี้อาจส่งผลต่อความคุ้มค่า และยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากภาครัฐ ขั้นตอนหลังอนุมัติขายไฟหลังตรวจหน้างานเรียบร้อย การไฟฟ้าฯ จะนัดเปลี่ยนมิเตอร์ปกติแบบจานหมุนเป็นแบบดิจิทัล หรือสมาร์ทมิเตอร์ ซึ่งสามารถวัดทั้งไฟที่ใช้และไฟที่ขายคืนได้ ค่ามิเตอร์ประมาณ 2,140 บาท (ปัจจุบันถูกลงจากเดิมมาก เดิมอยู่ที่ประมาณ 9,000 บาท) บางบริษัทอาจรวมค่ใช้จ่ายดังกล่าวในแพ็กเกจให้ลูกค้า ทั้งนี้ มิเตอร์จะบันทึกทั้ง “ไฟขาเข้า” และ “ไฟขาออก” และในแต่ละเดือนจะมีรายงาน พร้อมโอนเงินค่าขายไฟเข้าบัญชี (ต้องใช้บัญชีชื่อเดียวกับผู้ขออนุญาต) ทั้งนี้รายได้จากการขายไฟถือเป็นรายได้ที่ต้องนำไปยื่นภาษี
ส่วนรูปแบบการคิดเงิน ระบบจะหักลบการใช้ไฟกับไฟที่ขายคืนก่อน หากมีส่วนเกินจึงจะโอนเงินให้ รอบการจ่ายเงินขึ้นอยู่กับรอบบิลโดยปกติใช้เวลาประมาณ 15 วัน-1 เดือน สำหรับความคุ้มค่าโดยทั่วไปขายไฟได้ประมาณ 1,000-1,500 บาท/เดือน (สำหรับ 5 kW) แต่ค่าไฟที่ใช้จริงอาจสูงกว่า เช่น 4,000-5,000 บาท ดังนั้นส่วนใหญ่ยังต้องจ่ายค่าไฟเพิ่ม เว้นแต่กรณีใช้ไฟน้อยมาก เช่น ไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานจากการเดินทางไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตามการขออนุญาต “ขายไฟ” และ “ขนานไฟ” ใช้เอกสารต่างกัน ต้องเลือกตั้งแต่ต้นตอนที่ยื่นขอติดตั้งโซลาร์เซลล์ และหากขายไฟต้องแนบหน้าสมุดบัญชีธนาคารเพิ่มเติม
ทั้งนี้ อัตราการรับซื้อไฟคืนที่จำกัดกำลังติดตั้งไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อบ้านนั้น คำนวณโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ จะใช้ประมาณ 8-12 แผง เท่ากับเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น 2-3 เครื่องพร้อมกัน หรือเปิดไมโครเวฟ 5 เครื่องทำงานพร้อมกันตลอดทั้งวัน โดยโซลาร์ 5 kW สามารถลดค่าไฟหลักได้ 2,500-3,500 บาท/เดือน ขายไฟส่วนเกินได้แค่หลักร้อยถึงพันต้น ๆ รวมแล้วอาจช่วยลดภาระค่าไฟได้ประมาณ 3,000-4,000 บาท/เดือน (ในกรณีใช้ไฟกลางวันเยอะ) อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ทำให้ลดได้มากหรือน้อยอยู่ที่การใช้ไฟช่วงกลางวันเยอะแค่ไหน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก มีพฤติกรรมการใช้ไฟเปิดแอร์กลางวันหรือไม่
ด้าน นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ค่าไฟฟ้าถือว่าเป็นต้นทุนหลักของการดำเนินธุรกิจ และเห็นด้วยกับแนวทางส่งเสริมให้ผู้ประกอบการหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าไฟในระยะยาว และทำให้ภาคธุรกิจมีทางเลือกด้านพลังงานมากขึ้น ไม่พึ่งพาพลังงานฟอสซิลมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานโลกมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม การติดตั้งโซลาร์เซลล์ยังมีต้นทุนสูงสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยลดภาระเงินลงทุนช่วงแรก และมาตรการจูงใจทางภาษี เช่น การนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปลดหย่อนภาษีได้บางส่วน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนและปรับตัวเข้าสู่พลังงานสะอาดได้เร็วขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับ: 3 ไฟฟ้าวุ่นหาเงินโปะค่าไฟใหม่ ‘ไอออน’ ติงข้อจำกัดโซลาร์บ้านขายไฟคืน
