คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ บล. InnovestX
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกพร้อมกัน รัฐบาลส่งสัญญาณอัดฉีดมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เพื่อรับมือกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงปะทุอยู่ โดยหนึ่งในนั้นคือมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจวันที่ 4 พ.ค.นี้
ซึ่งจะประกอบด้วยสองเสาหลัก ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัส (>20 ล้านคน รูปแบบ Copayment รัฐร่วมจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%) และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (14 ล้านคน รัฐจ่ายเต็ม 100%) คนละ 4,000 บาท เริ่มใช้ผ่านแอปเป๋าตัง มิถุนายน-กันยายน 2569
เรามองว่ามาตรการนี้เป็นแรงหนุนเศรษฐกิจที่มาถูกเวลา ประเมินเม็ดเงินภาครัฐจะอัดเข้าระบบรวมประมาณ 104,000 ล้านบาท และเมื่อรวม Copayment ประชาชนจะมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่าประมาณ 136,000 ล้านบาท เมื่อประเมินผ่าน Macro Multiplier Model ของ INVX พบว่ามาตรการนี้มีศักยภาพหนุน GDP ได้ราว +0.2% และเพิ่มเงินเฟ้อจากกรณีฐานอีกราว +0.1% จากกรณีฐาน
อย่างไรก็ตาม ผลเชิงบวกดังกล่าวมีข้อจำกัดทั้งจากการนำเข้าที่จะสูงขึ้น และ Substitution Effect ของ Copayment (เงิน Copayment 40% ที่ประชาชนร่วมจ่ายผ่านแอปเป๋าตัง ไม่ใช่เงินใหม่ที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ แต่เป็นเพียงการ “โยกย้าย” เงินที่จะใช้จ่ายอยู่แล้วในชีวิตประจำวันมาใช้ผ่านโครงการแทน) และผลที่กระจุกตัวอยู่แค่ไตรมาส 2-3 โดยไม่มีนัยต่อปี 2570
ในส่วนของมุมมองต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เราประเมินว่า แม้มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะยัง
ไม่ใช่เครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน GDP แต่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองกำลังซื้อ จึงทำให้ยังคงเป้าหมาย SET Index ที่ 1,500 จุด (อิง Forward PER 16x และ EPS ที่ 94.1 บาท) อย่างไรก็ดี ในเชิงกลยุทธ์ระยะสั้น มาตรการนี้ถือเป็น Sentiment บวกโดยตรงต่อ 2 กลุ่มหลักคือ
1.กลุ่มพาณิชย์และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเน้นกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต (CPALL, CPAXT, BJC, TNP, CBG, OSP) : ได้ประโยชน์จากการมีฐานลูกค้าที่ครอบคลุม ทั้งผู้บริโภครายย่อยและกลุ่มผู้ประกอบการ (โชห่วย/ร้านอาหาร) ซึ่งสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและร้านที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส
2.กลุ่มสินเชื่อ (MTC, SAWAD, TIDLOR, AEONTS) : ได้รับอานิสงส์เชิงบวกด้าน Asset Quality โดยกระแสเงินสดที่เติมเข้าสู่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ ลดแรงกดดันต่อการตั้งสำรอง และชะลอการเกิด NPL ใหม่
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ จะรับมือสงครามได้หรือไม่