สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับ เมื่อสหรัฐและอิหร่านปะทะกันด้วยอาวุธในช่องแคบฮอร์มุซ ท่าเรือและเรือบรรทุกน้ำมัน UAE นอกฮอร์มุซ ตกเป็นเป้าการโจมตีอีกครั้ง ส่งผลให้ผู้นำหลายชาติประณามอิหร่าน และเรือพาณิชย์เกาหลีใต้ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเป็นครั้งแรก
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า วันที่ 4 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐและอิหร่านปะทะกันด้วยอาวุธ และลุกลามไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอีกครั้ง และสร้างความไม่แน่นอนต่อข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมา 4 สัปดาห์ ขณะที่เกาหลีใต้รายงานว่า เรือติดธงเกาหลีใต้ลำหนึ่งเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ ในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นครั้งแรก
เดอะ ฮินดู (The Hindu) รายงานว่า จากกรณีเรือพาณิชย์จำนวนหนึ่งถูกโจมตี และท่าเรือน้ำมันของ UAE เกิดไฟไหม้จากการโจมตีของอิหร่าน รวมถึงความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่จะใช้กองทัพเรือสหรัฐเปิดทางให้เรือขนส่งสินค้าสามารถผ่านฮอร์มุซได้หรือ Project Freedom กลับยิ่งทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น มากที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อสี่สัปดาห์ก่อน
พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กองทัพสหรัฐตอบโต้การโจมตีด้วยโดรน ขีปนาวุธ และเรือเล็กติดอาวุธของอิหร่าน ขณะอำนวยความสะดวกให้เรือสองลำที่ติดธงสหรัฐ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
ตามรายงานของ CBS เรือพิฆาตยูเอสเอส ทรัคซ์ตัน (USS Truxtun) และยูเอสเอส เมสัน (USS Mason) มีเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ และเครื่องบินอื่น ๆ สนับสนุน โดยเรือสองลำดังกล่าวต้องเผชิญกับภัยคุกคามกันหลายรูปแบบระหว่างแล่นผ่านช่องแคบ
ทรัมป์ กล่าวบนทรูทโซเชียลว่า สหรัฐยิงเรือเล็ก หรือที่อิหร่านเรียกว่าเรือเร็วไป 7 ลำ และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะจัดการแถลงข่าววันที่ 5 พ.ค. นี้ที่เพนตากอน พร้อมพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม
UAE กล่าวว่า ได้สกัดกั้นขีปนาวุธร่อนของอิหร่าน และกล่าวโทษโดรนของอิหร่านว่า ทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเป็นชาวอินเดีย 3 ราย โดย UAE ออกประกาศเตือนภัยขีปนาวุธหลายครั้ง และเป็นการเตือนภัยต่อพลเรือนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สหรัฐและอิหร่านเริ่มหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน
การประกาศเตือนภัยเกิดขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมัน ของบริษัทน้ำมันแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ADNOC) ถูกโดรนของอิหร่านโจมตีนอกช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเหตุการณ์แยกต่างหากจากการโจมตีท่าเรือฟูไจราห์
กระทรวงการต่างประเทศ UAE กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการยกระดับที่อันตราย และเป็นการรุกรานที่ยอมรับไม่ได้ โดย UAE ได้สกัดกั้นขีปนาวุธ 15 ลูกและโดรน 4 ลำที่ยิงมาจากอิหร่าน พร้อมเตือนว่า ตนสงวนสิทธิ์ที่จะตอบโต้การโจมตีที่ “ทรยศ” ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีรายงานว่า ADNOC แจ้งลูกค้าบางรายให้ทราบว่า มีน้ำมันเกรดต่าง ๆ พร้อมสำหรับการส่งออก ที่ท่าเรือฟูไจราห์ บริเวณนอกช่องแคบฮอร์มุซ
ตามรายงานของสำนักข่าวอิหร่านระบุว่า กองทัพเรือพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เผยแพร่แผนที่ที่ระบุว่าเป็นการขยายพื้นที่ที่อิหร่านควบคุมบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซให้ครอบคลุมถึงท่าเรือฟูไจราห์และคอร์ฟักกันของ UAE รวมถึงชายฝั่งของรัฐอุมม์อัลกุเวนใน UAE
เดอะไทม์สออฟอิสราเอล (The Times of Israel) รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ UAE ออกแถลงวันที่ 4 พ.ค. สั่งให้ทุกโรงเรียนกลับไปใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกลตลอดทั้งสัปดาห์ หลังจากเกิดเหตุโจมตีหลายครั้งในประเทศ
ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น หลังจากมีข่าวว่าอิหร่านโจมตีฟูไจราห์ และเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอีกครั้ง โดยในวันที่ 5 พ.ค. ราคาน้ำมันเบรนท์อยู่ที่ราว 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้น 5.8% ในวันที่ 4 พ.ค.
ในปี 2026 น้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นเกือบ 90% เนื่องจากความขัดแย้งทำให้ตลาดขาดแคลนน้ำมันหลายล้านบาร์เรล โดยช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลก ยังคงแทบจะไม่สามารถนำเรือแล่นผ่านได้ และบ่อน้ำมันหลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลางถูกปิดลง
ความรุนแรงดังกล่าวสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่อยู่รอดได้เป็นส่วนใหญ่เกือบ 1 เดือน นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดเสียงเรียกร้อง ให้สหรัฐและอิสราเอลกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
วุฒิสมาชิกลินด์เซย์ เกรแฮม พรรครีพับลิกัน จากรัฐเซาท์แคโรไลนา กล่าวใน X ว่า การที่อิหร่านเลือกโจมตี UAE และเรือบรรทุกสินค้า เป็นเหตุผลที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงและรวดเร็ว เพื่อสร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อเครื่องจักรสงครามของอิหร่าน
นาฟตาลี เบนเน็ตต์ อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล โพสต์โซเชียลมีเดียว่า การที่อิหร่านโจมตี UAE เท่ากับเป็นการประกาศจุดชนวนสงครามครั้งใหม่ของอิหร่าน ต่อพันธมิตรของสหรัฐและอิสราเอลทั่วทั้งภูมิภาค
พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่ โดยระบุว่า รอให้ทำเนียบขาวเป็นผู้ประกาศการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยขณะนี้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน
ด้าน อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อคืนวันที่ 4 พฤษภาคมว่า การเจรจากับสหรัฐมีความคืบหน้า แต่สหรัฐและ UAE ควรระมัดระวังอย่าให้ผู้ไม่หวังดีดึงกลับเข้าไปสู่หลุมพรางอีก
อัลจาซีร่า (Al Jazeera) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานความเคลื่อนไหวของนานาชาติต่อการโจมตี UAE โดยอิหร่าน ดังนี้
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า การที่อิหร่านโจมตี UAE นั้นไม่ยุติธรรมและไม่สามารถยอมรับได้ อีกทั้งให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาคต่อไป
“ดังเช่นที่ทำมาตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น ฝรั่งเศสจะยังคงสนับสนุนพันธมิตรใน UAE และในภูมิภาค เพื่อปกป้องดินแดนของพวกเขา” มาครงกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการแก้ไขความขัดแย้งที่ยั่งยืน โดยมีเงื่อนไขสองประการ คือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเพื่อการเดินเรืออย่างเสรี และ ต้องมีข้อตกลงที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถรับประกันความมั่นคงแก่ประเทศในภูมิภาคได้
ด้านเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ความตึงเครียดนี้ต้องยุติลง อิหร่านจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการเจรจาอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าการหยุดยิงในตะวันออกกลางจะคงอยู่ต่อไป และบรรลุแนวทางแก้ไขทางการทูตในระยะยาว อีกทั้งจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนการปกป้องพันธมิตรของอังกฤษในอ่าวเปอร์เซีย
มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุว่า แคนาดายืนหยัดเคียงข้างชีคโมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด และประชาชน UAE รวมถึงชื่นชมความพยายามในการปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และย้ำคำเรียกร้องให้ลดความตึงเครียดและใช้การทูต
ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เรียกร้องให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา และหยุดคุกคามภูมิภาคและโลก
“UAE ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านอีกครั้ง เราขอประณามการโจมตีเหล่านี้อย่างรุนแรง เราขอแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชาชนของ UAE รวมถึงพันธมิตรของเราในภูมิภาค การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซต้องยุติลง เตหะรานต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ต้องไม่มีการข่มขู่หรือโจมตีพันธมิตรของเราอีกต่อไป” แมร์ซกล่าว
กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า การโจมตีเมืองฟูไจราห์ ซึ่งทำให้ชาวอินเดีย 3 คนได้รับบาดเจ็บนั้นยอมรับไม่ได้ โดยเรียกร้องให้ยุติการสู้รบและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและพลเรือนผู้บริสุทธิ์โดยทันที
โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย แสดงการประณามและการต่อต้านอย่างรุนแรงต่ อการโจมตีที่ไม่เป็นธรรมของอิหร่านซึ่งมุ่งเป้าไปที่ UAE และย้ำว่าสนับสนุนให้ UAE ปกป้องความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ แถลงวันที่ 5 พฤษภาคมว่า เรือ HMM Namu ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าเทกองขนาดกลางของเกาหลีใต้ ประสบเหตุระเบิดและไฟไหม้บริเวณห้องเครื่องยนต์ โดยเรือดังกล่าวจอดทอดสมออยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้กับ UAE เป็นครั้งแรกที่เรือพาณิชย์ของเกาลีใต้ถูกโจมตีเสียหาย นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกประชุมฉุกเฉิน นำโดย คิม จินา รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่สอง ซึ่งแสดงความกังวลอย่างยิ่ง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการระบุสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งเกาหลีใต้พร้อมที่จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของลูกเรือชาวเกาหลีใต้
Yonhap ซึ่งเป็นสำนักข่าวเกาหลีใต้ รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ได้รับข้อมูลข่าวกรองว่าเรือถูกโจมตี แต่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และยังไม่ได้รับการยืนยันว่า เป็นการโจมตีจากภายนอกหรือว่าการระเบิดเกิดจากปัญหาภายในเรือ อย่างไรก็ดี ลูกเรือทั้งหมด 24 คน รวมถึงชาวเกาหลีใต้ 6 คน ปลอดภัยดี ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
หลังเกิดเหตุ ทรัมป์โพสต์ทรูทโซเชียลว่า บางทีถึงเวลาแล้วที่เกาหลีใต้จะเข้าร่วมภารกิจในช่องแคบฮอร์มุซ อีกทั้งระบุว่า อิหร่านยิงเรือบรรทุกสินค้าของเกาหลีใต้
อ่านข่าวต้นฉบับ: สงครามยกระดับ สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิง อิหร่านราวี UAE นอกฮอร์มุซ