ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวนครกุ้ยหยาง และเมืองถงเหริน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน ชวนถอดรหัสกลยุทธ์การสื่อสารประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วโลก
มณฑลกุ้ยโจว ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นมณฑลที่ไม่มีทางออกทะเล พื้นที่กว่า 90% เป็นเทือกเขา เป็นมณฑลที่เคยตกอยู่ในความยากจนอย่างแสนสาหัส แต่นับเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นของทรัพยากรทางธรรมชาติโดยเฉพาะเทือกเขา ถ้ำ น้ำพุร้อน รวมถึงศิลปวัฒนธรรมชนพื้นเมืองเป็นอัตลักษณ์ของตนเองที่ยังไม่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทำให้ในระยะหลังทางการจีนโหมโปรโมตการท่องเที่ยวในมณฑลกุ้ยโจวอย่างมาก
ทัวร์จีนครั้งนี้ จัดโดยไชน่าเดลี่ (China Daily) หนังสือพิมพ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในทริป Global Media and Content Creators Explore Colorful Guizhou เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวจีน ภายใต้โครงการ China Storyteller Partnerships ระหว่างวันที่ 27-31 มีนาคม 2026
ไชน่าเดลี่ เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการของจีนที่มุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติและผู้ชมทั่วโลกเป็นหลัก ได้เชิญคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ และสื่อมวลชนชาวต่างชาติทั้งที่ประจำในจีนและต่างประเทศรวม 15 คน ได้แก่ อังกฤษ ยูเครน รัสเซีย ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย ซึ่งรายชื่อประเทศเหล่านี้สะท้อนกลยุทธ์ Two-Way Tourism ของจีนกับเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งระบบการท่องเที่ยวได้เคลื่อนไปสู่ระบบเครือข่ายเศรษฐกิจท่องเที่ยว โดยแข่งขันกันที่เครือข่ายที่แข็งแรงกว่า มิใช่เป็นการแข่งขันแบบประเทศต่อประเทศ ดังที่ทราบนักท่องเที่ยวจีนเป็นอำนาจต่อรองที่สำคัญของจีนมาโดยตลอด
ฝ่ายจีนรวมถึงไชน่า เดลี่ จำนวน 14 คน แผนกหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องในมณฑลกุ้ยโจวจำนวน 5 คน สื่อหลักของมณฑลกุ้ยโจวจำนวน 4 คน
นายโจว หลี่ (Zhou Li) รองบรรณาธิการบริหารไชน่าเดลี่ และนายเซี๊ยะ เหนียน (Xie Nian) รองอธิบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลกุ้ยโจว กล่าวสุนทรพจน์
“โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อเร่งให้กุ้ยโจวกลายเป็นปลายทางท่องเที่ยวโลกอย่างรวดเร็ว” นายเซี๊ยะกล่าว
ไชน่า เดลี่ มีสาขาต่างประเทศรวมถึงไทย และมณฑลต่างๆ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสื่อของมณฑลที่ห่างไกลเมืองหลวงกับสื่อต่างชาติ ซึ่งสื่อท้องถิ่นมีทั้งวิทยุและโทรทัศน์เผยแพร่ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ International Communication Center of Guizhou Daily ,International Communication Center of Guizhou Radio TV Station
ไชน่าเดลี่มุ่งให้ทริปท่องเที่ยวเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมถึงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร โดยภายหลังจบทริปภาคสนาม ผู้เข้าร่วมได้เล่าประสบการณ์ท่องเที่ยว ความประทับใจ ปัญหาและข้อเสนอแนะผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Sharing Session Arrangement จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวบนภูเขานานาชาติ (The International Mountain Tourism Alliance : IMTA) เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไรและไม่ขึ้นกับรัฐบาล ตั้งอยู่ที่เมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน
ผู้แทนสื่อและคอนเทนต์ครีเอเตอร์สะท้อนประสบการณ์ในการเดินทางครั้งนี้เพื่อให้สื่อในกุ้ยโจวนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของตน
“นับเป็นโอกาสที่น่ายินดีที่จะทำงานร่วมกัน กุ้ยโจวเป็น “อัญมณีที่ซ่อนอยู่ของจีน” “นับเป็นสิทธิพิเศษที่ได้แชร์ความงดงามของกุ้ยโจวต่อสายตาชาวโลก” คอนเทนต์ครีเอเตอร์จากชาติตะวันตกรายหนึ่งกล่าว และมองเป็นวิน-วิน กล่าวคือ จีนได้มอบโอกาสให้เขาได้สร้างคอนเทนต์เพื่อเผยแพร่ต่อผู้ชมทั่วโลกด้วยในอีกทางหนึ่ง ซึ่งมองเป็นความยินดีที่ได้ร่วมมือระหว่างกัน
นายเฉิน ซูผิง (Chen Xuping) ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและวัฒนธรรม สำนักกิจการต่างประเทศ มณฑลกุ้ยโจวกล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสร้างเรื่องราวที่ทรงอิทธิพลของกุ้ยโจว ทั้งยังบอกให้รีวิว หรือสะท้อนฟีดแบ็กแบบไม่ต้องเกรงใจ
“โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี” นายเฉินกล่าว
คอนเทนต์ ครีเอเตอร์รายหนึ่งจากยุโรปสะท้อนความกังวลของโรงแรมที่คณะเข้าพักไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเข้าถึงสำหรับทุกเพศทุกวัยอย่างเท่าเทียมกัน หรือ Universal design โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีกระเป๋าสัมภาระน้ำหนักมาก แม้สถานที่ตั้งของโรงแรมงดงามอย่างมาก จึงแนะนำว่าควรปรับปรุง เพื่อให้กุ้ยโจวกลายเป็นหนึ่งในปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ภูเขาฟ่านจิ้ง (Fanjing shan) มรดกโลกทางธรรมชาติเป็นพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้บินโดรนเพื่อถ่ายภาพวิวได้ ทำให้เขาไม่สามารถถ่ายทอดภาพได้อย่างสมบูรณ์ในฐานะนักเล่าเรื่อง
ด้านผู้สื่อข่าวจากชาติอาเซียนระบุว่า “เรารู้สึกได้รับการต้อนรับและดูแลในทุกรายละเอียด จึงยิ่งทำให้ประสบการณ์เหล่านี้มีความหมาย”
การท่องเที่ยวสองทางไทย-จีน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือพันธมิตรกุ้ยโจว ส่งเสริมการท่องเที่ยวสองทาง (Two-Way Tourism) กลยุทธ์ที่ททท.มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้าทั้งการดึงคนต่างชาติเที่ยวไทยและคนไทยเที่ยวต่างประเทศแบบวิน-วินแทนที่จะมุ่งดึงเข้าเพียงฝ่ายเดียวเพื่อปรับสมดุลอุตสาหกรรม เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
การท่องเที่ยวสองทางได้รับการสนับสนุนจากนโยบายฟรีวีซ่า และการเพิ่มการเชื่อมโยงการเดินทาง ซึ่งเป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกของนักท่องเที่ยวให้เดินทางข้ามพรมแดนได้สะดวกมากขึ้น อาทิ เที่ยวบินตรงกุ้ยหยาง-กรุงเทพ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว รวมถึงความร่วมมือทางการตลาด
รัฐบาลไทยและจีนได้ลงนามความตกลงยกเว้นวีซ่าซึ่งกันและกันอย่างถาวร (Visa Free) ทำให้ไทย-จีนเข้าสู่ “ยุคฟรีวีซ่า” ตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม 2024เป็นต้นไป เข้าได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน
ข้อมูลจากสถานทูตจีนระบุว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2024 ตามเวลาท้องถิ่น นายหวัง อี้ สมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนร่วมกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยในขณะนั้นแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
“เราเพิ่งลงนามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าร่วมกัน ทั้งสองประเทศจะเข้าสู่ “ยุคฟรีวีซ่า” เชื่อว่าจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คนจำนวนมากอีกครั้ง นักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเยือนประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นสูงสุดอีกครั้งอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน เรายินดีต้อนรับเพื่อนชาวไทยให้มาเยือนและสัมผัสกับความมีชีวิตชีวาของแผ่นดินจีน ความอบอุ่นและมิตรภาพจากชาวจีน และความครึกครื้นหลากหลายของวิถีชีวิตชาวจีน “จีนไทยมิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ประชาชนทั้งสองประเทศจะใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ และมีชีวิตที่รุ่งเรืองยิ่งๆขึ้น” หวัง อี้กล่าว ซึ่งนับเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์นี้
ยิ่งได้รับการตอกย้ำ เมื่อผู้แทนจากททท. ขึ้นกล่าวบนเวทีงาน The 20th Guizhou Tourism Industry Development Conference จัดที่นครกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว โดยไทย–กุ้ยโจว กระชับความสัมพันธ์แบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) พร้อมลงนาม LOI ผลักดันความร่วมมือระยะยาว เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยโดย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ นางฤดี เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานคุนหมิง เข้าร่วมงาน
ททท. ประกาศอย่างชัดเจนบนเวทีว่า สองประเทศได้ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (LOI) ร่วมกับกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลกุ้ยโจว เพื่อวางกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย–จีนสู่คุณภาพ ผ่านการมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวแบบ Two-Way Tourism และการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
“ททท. ตระหนักดีกว่าการท่องเที่ยวจีนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณค่าและความหมายของการเดินทางมากยิ่งขึ้น ” นางสาวภัทรอนงค์กล่าว
นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของมณฑลกุ้ยโจว ได้แก่ นาย หลู หย่ง เจิ้ง สมาชิกคณะกรรมการประจำพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลกุ้ยโจว และอธิบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์มณฑลกุ้ยโจว นายใช่ ฉาวหลิน รองผู้ว่าการมณฑลกุ้ยโจว นางหลี่ ฟาง รองอธิบดี กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลกุ้ยโจว และนางหลัว ยุ่ย รองอธิบดี สำนักงานการต่างประเทศมณฑลกุ้ยโจว
เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยประเทศไทยมุ่งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยตลอดทั้งปี ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเริ่มรู้จักกุ้ยโจวมากขึ้น ด้วยความใกล้เคียงทางวัฒนธรรม จึงเป็นโอกาสที่ดีในการต่อยอดความร่วมมือ และสนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินในอนาคต
ททท. ได้ใช้เวทีดังกล่าวในการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยสำหรับตลาดจีน ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” ผ่านการฉายคลิปวิดีโอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางท่องเที่ยวตามเสียงของหัวใจ มาสัมผัสเสน่ห์ของไทย
“จีนไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน โดยไทยมุ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ควบคู่กับการยกระดับมาตรการสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ได้รับคุณภาพ ความปลอดภัยและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการท่องเที่ยวเมืองไทย” ผู้แทนททท.กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ถอดรหัสจีน โมเดลท่องเที่ยวกุ้ยโจว Two-Way Tourism