นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมภาคบังคับ” ตาม UNCLOS เพื่อแก้ปัญหาการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีปที่เป็นข้อพิพาทกับไทย และแสดงความเสียใจที่ไทยยกเลิก MOU 44 แต่เพียงฝ่ายเดียว
นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาประกาศบนเฟซบุ๊กว่า วันนี้กัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะดําเนินการตามกลไก “การประนีประนอมภาคบังคับ” หรือ “ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อหาทางออกอย่างสันติตามกฎหมายระหว่างประเทศสําหรับพื้นที่อ้างสิทธิ์ที่ทับซ้อนกันทางทะเลระหว่างกัมพูชาและไทย หลังจากประเทศไทยได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าถอนตัวเพียงฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจระหว่างกัมพูชาและไทย หรือที่เรียกว่า MOU 2001 (อ้างอิงภาษาไทยเป็น MOU 44)
นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้วที่บันทึกความเข้าใจนี้มีบทบาทสําคัญในกรอบการทํางานทวิภาคีที่ตกลงกันร่วมกันสําหรับทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่ทับซ้อนกัน การมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจนี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณของความร่วมมือและความปรารถนาดีร่วมกัน
เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ประเทศไทยได้ตัดสินใจถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจนี้เพียงฝ่ายเดียว สําหรับกัมพูชา เราให้ความสําคัญกับกลไกทวิภาคีที่สอดคล้องกับบันทึกความเข้าใจนี้เสมอเพื่อจัดการกับพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกันของเรา การถอนตัวเพียงฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจนี้จะปฏิเสธข้อตกลงทวิภาคีเพียงฉบับเดียว ซึ่งเป็นกรอบทวิภาคีเดียวที่ทั้งสองฝ่ายพึ่งพามานานกว่าสองทศวรรษ
ในกรณีนี้ ในฐานะรัฐที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและการระงับข้อพิพาทอย่างสันติอย่างแน่วแน่ กัมพูชาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพากฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกของการประนีประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญานี้
“ในโอกาสนี้ ผมต้องการชี้แจงว่ากลไกการประนีประนอมภาคบังคับนี้จัดตั้งขึ้นโดย UNCLOS เพื่อช่วยรัฐภาคีในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น การตัดสินใจของกัมพูชาจึงสะท้อนถึงความหวังอย่างจริงใจของเราที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุทางออกที่ยุติธรรมและยั่งยืนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทําให้ประชาชนของเราอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มั่นคง และสามัคคี” ผู้นำกัมพูชาระบุ
ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ในวันเดียวกัน ไทยได้ยกเลิก MOU 44 แต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นข้อตกลงระยะยาวกับกัมพูชาเกี่ยวกับการร่วมมือกันสำรวจพลังงานนอกชายฝั่ง โดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องจากประเทศเพื่อนบ้านให้คงข้อตกลงที่มีอายุ 25 ปีนี้ไว้
การถอนตัวครั้งนี้เป็นคำมั่นสัญญาในการหาเสียงเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ซึ่งเมื่อต้นปีนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากกระแสชาตินิยมที่โหมกระหน่ำจากการสู้รบอย่างดุเดือดกับกัมพูชา จนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในรอบสองทศวรรษ
“การยกเลิกข้อตกลงไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา แต่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของผม ข้อตกลงนี้ดำเนินมา 25 ปีแล้ว และไม่มีความคืบหน้าใดๆ” อนุทินกล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมเสริมว่ากัมพูชาจะได้รับแจ้งถึงการตัดสินใจครั้งนี้
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว ที่ผ่านมา ประเทศไทยปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในความพยายามของกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนโดยใช้กลไกระหว่างประเทศ รวมถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยยืนยันว่าควรเจรจาแบบทวิภาคี แต่ครั้งนี้ ทางกระทรวงต่างประเทศไทยใช้กรอบ UNCLOS เพื่อแก้ไขข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีป หลังจากเป็นหน่วยงานที่ดำเนินเรื่องการยกเลิก MOU 44 หลังจากได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการยกเลิก เป็นการดำเนินตามนโยบายรัฐบาล
อ่านข่าวต้นฉบับ: ฮุน มาเนตแจ้งใช้ “ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ UNCLOS” พื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีป หลังไทยเลิก MOU 44