รมช.เกษตรฯ เผยกรมประมงตรวจตัวอย่างปลากระป๋อง 3 ชุด พบชุดติดฉลากระบุเป็นปลาแมกเคอเรลถูกต้อง ส่วนปลากระป๋องไม่ติดฉลากพบเป็นปลานิลในซอสมะเขือเทศ ย้ำกรมประมงทำหน้าที่สนับสนุนผลตรวจ ขณะที่ต้นทางต้องเข้มโรงงานผลิต พร้อมสั่งเร่งสำรวจสถานการณ์ปลาหมอคางดำทั่วประเทศ ป้องกันกลับมาแพร่พันธุ์หนัก ยังไม่ถึงขั้นของบ ครม.เพิ่ม เหตุหากควบคุมได้ต้องประหยัดงบช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบตัวอย่างปลากระป๋องของกรมประมง หลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ประสานส่งตัวอย่างมาให้ตรวจสอบว่า กรมประมงได้รับตัวอย่างรวมทั้งหมด 3 ชุด เพื่อตรวจยืนยันชนิดปลาในผลิตภัณฑ์
โดยชุดที่ 1 เป็นปลากระป๋องที่มีฉลากระบุชัดเจน ผลตรวจของกรมประมงพบว่าเป็น ปลาแมกเคอเรลทั้งหมด ซึ่งตรงตามข้อมูลที่ระบุไว้บนฉลาก ถือว่าฉลากถูกต้อง ส่วนชุดที่ 2 เป็นปลากระป๋องที่ไม่ติดฉลาก ส่งมาตรวจสอบจำนวน 4 กระป๋อง ผลตรวจพบว่าเป็น ปลานิลในซอสมะเขือเทศทั้งหมด ขณะที่ชุดที่ 3 เป็นผลตรวจเกี่ยวกับตัวอย่างปลานิลเช่นเดียวกัน
นายวัชระพลกล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องแยกบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน โดยกรมประมงมีหน้าที่สนับสนุนการตรวจสอบชนิดปลาเท่านั้น ส่วนการดูแลคุณภาพการผลิต มาตรฐานโรงงาน และความปลอดภัยของผู้บริโภค เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบจากต้นทางการผลิต โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวข้อง
“ไม่ว่าจะเป็นปลานิล หรือปลาหมอคางดำ เรื่องสำคัญคือการดูแลคุณภาพการผลิต กรมประมงมีหน้าที่สนับสนุนเรื่องการตรวจ ส่วนต้นน้ำจริง ๆ ต้องไปดูที่โรงงานผลิต” นายวัชระพลกล่าว
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าโรงงานผลิตมีปัญหาและไม่ได้มาตรฐานบางส่วน จึงได้มีคำสั่งให้เร่งดำเนินการแก้ไข เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้บริโภค
สำหรับปัญหา ปลาหมอคางดำ นายวัชระพลกล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งรายงานข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันทั่วประเทศว่า ขณะนี้พบการระบาดในพื้นที่ใดบ้าง และมีจำนวนมากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินแนวทางควบคุมและป้องกันไม่ให้กลับมาแพร่พันธุ์รุนแรงเหมือนช่วงที่เคยเกิดปัญหา
นายวัชระพลระบุว่า เรื่องนี้ถือเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยได้สั่งการไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่สมุทรสาคร แต่ต้องดูภาพรวมทั้งประเทศ หากพื้นที่ใดยังพบการแพร่กระจายต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อของบประมาณเพิ่มเติมในการกวาดล้างหรือควบคุมปลาหมอคางดำ เนื่องจากหากสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้ ก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม โดยรัฐบาลต้องการประหยัดงบประมาณในหลายด้าน ท่ามกลางภาวะวิกฤตราคาน้ำมันและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นายวัชระพลกล่าวย้ำว่า แนวทางระยะสั้นคือการเร่งสำรวจพื้นที่และประเมินปริมาณการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ส่วนระยะต่อไปต้องใช้ข้อมูลจากกรมประมงเป็นฐานในการกำหนดมาตรการควบคุม เพื่อป้องกันการแพร่พันธุ์ซ้ำ และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าวต้นฉบับ: กรมประมงเปิดผลตรวจปลากระป๋อง ไม่ใช่ “ปลาหมอคางดำ”