กรมส่งเสริมการเกษตรบูรณาการหน่วยงานภาคตะวันออก คุมเข้มคุณภาพทุเรียน จันทบุรี-ระยอง-ตราด ตั้งจุดตรวจก่อนตัด 53 จุด ตรวจแล้ว 15,136 ตัวอย่าง จากเกษตรกร 11,938 ราย พร้อมตั้งด่านสกัดรถขนส่งทุเรียน สุ่มตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง ป้องกันทุเรียนอ่อน-ผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด หลังเก็บเกี่ยวแล้ว 424,269 ตัน หรือ 42.51% คาดผลผลิตพีกช่วงพฤษภาคมนี้
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ได้ขานรับข้อสั่งการของนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบูรณาการทุกภาคส่วนเดินหน้าควบคุมคุณภาพทุเรียนภาคตะวันออกอย่างเข้มข้น
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสกัด “ทุเรียนอ่อน” และผลผลิตด้อยคุณภาพไม่ให้ออกสู่ตลาด สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และรักษาภาพลักษณ์ทุเรียนไทยทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก
ขณะนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งจุดสกัด การสุ่มตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง การตรวจก่อนตัด และการจัดระเบียบสวนและโรงคัดบรรจุในพื้นที่ 3 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด
สำหรับจุดบริการ “ตรวจก่อนตัด” เพื่อจัดระเบียบสวนและสร้างความมั่นใจคุณภาพทุเรียนภาคตะวันออก ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-7 พฤษภาคม 2569 มีจุดบริการรวม 53 จุด ใน 3 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ โดยมีผลการให้บริการสะสมแล้ว 15,136 ตัวอย่าง จากเกษตรกรผู้ใช้บริการ 11,938 ราย
แบ่งเป็นจังหวัดจันทบุรี 6,534 ตัวอย่าง จังหวัดตราด 5,024 ตัวอย่าง และจังหวัดระยอง 3,578 ตัวอย่าง
ในพื้นที่จังหวัดระยอง ได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้แทนเกษตรกร และหน่วยงานด้านการเกษตร ตั้งจุดสกัดรวม 4 จุด ได้แก่ ด่านสกัดตำบลกองดิน ด่านสกัดศาลาเขียว ด่านสกัดบ้านหนองคุย และด่านสกัดพังราด
ผลการดำเนินงานสามารถตรวจสอบรถขนส่งทุเรียนสะสมได้ 645 คัน พร้อมสุ่มตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งทุกคัน พบไม่ผ่านเกณฑ์เพียง 2 ตัวอย่าง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจซ้ำ พร้อมสร้างความเข้าใจกับผู้ตัดและผู้ค้าทุเรียน ให้ยึดหลัก “ไม่ตัด ไม่ขาย ทุเรียนอ่อน” เพื่อรักษามาตรฐานทุเรียนไทยอย่างยั่งยืน
ส่วนจังหวัดจันทบุรี มีการตรวจสอบรถบรรทุกทุเรียนผ่านด่านสะสม 633 คัน จากด่านในพื้นที่อำเภอขลุง นายายอาม มะขาม และท่าใหม่ พร้อมสุ่มตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง 57 ตัวอย่าง พบผ่านเกณฑ์ 51 ตัวอย่าง และไม่ผ่านเกณฑ์ 6 ตัวอย่าง
สำหรับรถบรรทุกที่มีความเสี่ยงไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ได้ประสานโรงคัดบรรจุปลายทางให้คัดแยกผลผลิตอย่างเข้มงวด โดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จะเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามมาตรฐาน มกษ. 9070-2566 ต่อไป
นอกจากนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีและสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ ยังร่วมบูรณาการตรวจติดตามโรงคัดบรรจุ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการนำทุเรียนด้อยคุณภาพเข้าสู่ตลาด โดยพบผลผลิตไม่ได้มาตรฐานในพื้นที่อำเภอนายายอาม จำนวน 43 ลูก น้ำหนักรวม 119 กิโลกรัม และอำเภอเมืองจันทบุรี จำนวน 208 ลูก น้ำหนักรวม 496 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการพ่นสีแยกและควบคุมไม่ให้ผลผลิตดังกล่าวเข้าสู่ตลาด ตามมาตรการควบคุมคุณภาพผลไม้ของจังหวัด
ด้านจังหวัดตราด ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ ตั้งจุดสกัดรวม 4 จุด ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอเมืองตราด มีรถบรรทุกทุเรียนผ่านจุดตรวจสะสม 1,687 คัน
โดยเฉพาะจุดตรวจบ้านท่าจอด อำเภอเขาสมิง ซึ่งเป็นจุดตรวจสำคัญ พบว่ารถขนส่งจำนวน 1,473 คัน มีหนังสือรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งครบถ้วน ส่วนรถที่ไม่มีเอกสารรับรอง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบลักษณะภายนอกของผลทุเรียน และสุ่มตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งเพิ่มเติม ซึ่งผลตรวจพบว่าทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่สุ่มตรวจผ่านเกณฑ์ทั้งหมด
สำหรับสถานการณ์เก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออก ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 มีผลผลิตเก็บเกี่ยวแล้วรวม 424,269 ตัน คิดเป็น 42.51% ของผลผลิตทั้งหมด
แบ่งเป็นจังหวัดตราด เก็บเกี่ยวแล้ว 84,849 ตัน คิดเป็น 59.74% จังหวัดระยอง เก็บเกี่ยวแล้ว 83,129 ตัน คิดเป็น 39.56% และจังหวัดจันทบุรี เก็บเกี่ยวแล้ว 256,291 ตัน คิดเป็น 39.68%
ทั้งนี้ คาดว่าผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเดินหน้าควบคุมคุณภาพผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค รักษาภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในตลาดโลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทยในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทุเรียนไทยต้องไม่เสียชื่อ เกษตรฯ ลุยตรวจ 1.5 หมื่นตัวอย่าง สกัดผลอ่อนเข้าตลาด
