ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มเล็กน้อย หลังตลาดจับตาการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มเล็กน้อย หลังตลาดยังคงจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดสหรัฐเผยว่ากำลังรอคำตอบจากอิหร่านต่อข้อเสนอล่าสุดเพื่อยุติสงคราม
โดยข้อเสนอดังกล่าวระบุให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสหรัฐจะยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งสัญญาณว่าจะได้รับคำตอบจากอิหร่านในเร็ววันนี้ และขู่ว่าสหรัฐจะกลับไปดำเนินปฎิบัติการ “Project Freedom” อีกครั้งหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซื้อขายเมื่อ 8 พ.ค. 2569 อยู่ที่ 95.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.61 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 101.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง หลังล่าสุด Goldman Sachs เผยว่าปริมาณน้ำมันสำรองของโลกอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2561 สต๊อกน้ำมันดิบที่ปรับลดลงนี้ส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงของราคาน้ำมันดิบที่อาจปรับเพิ่มสูงขึ้นอีก สอดคล้องกับมุมมองของ Morgan Stanley ซึ่งประเมินว่าสต๊อกน้ำมันทั่วโลกปรับลดลงประมาณ 4.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-25 เม.ย. 69 โดยแบ่งเป็นน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในสัดส่วน 60% และ 40% ตามลำดับ
การนำเข้าพลังงานของจีนปรับลดลงอย่างมีนัยยะในเดือน เม.ย. 69 หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก โดยปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบปรับลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สู่ระดับ 38.5 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 65 เช่นเดียวกับการนำเข้าก๊าซซึ่งปรับลดลงราว 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สู่ระดับ 8.42 ล้านตัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดจับตาการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่
