การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ปี 2569 กำลังถูกจับตาอีกครั้ง หลังตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงพาณิชย์” จะเข้าสู่จังหวะเปลี่ยนผ่านสำคัญ เมื่อ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบัน อยู่ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่มีกำหนดเกษียณปี 2569 ตามข้อมูลการจัดแถวผู้บริหารเดิมของกระทรวงพาณิชย์
การเปลี่ยนปลัดพาณิชย์รอบนี้จึงไม่ใช่เพียงการ “แทนตำแหน่งเกษียณ” แต่เป็นการจัดทัพข้าราชการประจำให้สอดรับกับโจทย์ใหญ่ของกระทรวง ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องเร่งทั้งภารกิจลดค่าครองชีพ ดูแลราคาสินค้า กระตุ้นส่งออก รับมือมาตรการการค้าสหรัฐ และยกระดับเครื่องมือเศรษฐกิจการค้าสมัยใหม่
ปัจจุบันโครงสร้างผู้บริหารข้าราชการประจำของกระทรวงพาณิชย์ มี “รองปลัด” 3 ราย ได้แก่ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการค้าต่างประเทศ, ร.ต.จักรา ยอดมณี หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการค้าภายในประเทศ และ น.ส.จิตติมา ศรีถาพร รองปลัดด้านบริหาร
ขณะที่ระดับอธิบดี/ผู้อำนวยการสำนักงานสำคัญ มีทั้ง นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน, น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา, นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
หากดูตามธรรมเนียมการแต่งตั้ง “ปลัดกระทรวง” กลุ่มที่ถูกจับตาก่อนคือ “รองปลัด” เพราะเป็นตำแหน่งที่ใกล้กับงานบังคับบัญชาส่วนกลางที่สุด และมีบทบาทปฏิบัติราชการแทนปลัดในภารกิจสำคัญโดยตรง
นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการค้าต่างประเทศ ถือเป็นชื่อที่ต้องอยู่ในโผ เพราะได้รับมอบหมายดูแลงานสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า คณะผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO/WIPO สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ และหน่วยงานในกำกับที่เกี่ยวกับศิลปหัตถกรรม อัญมณี และสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา
จุดแข็งของนายเอกฉัตร คือเหมาะกับโจทย์ “การค้าระหว่างประเทศ” ในช่วงที่ไทยต้องรับมือแรงกดดันจากมาตรการภาษี การส่งออก และความผันผวนของตลาดโลก หากรัฐบาลต้องการปลัดที่เชื่อมงานนโยบายการค้า-ต่างประเทศ-สำนักงานพาณิชย์ต่างประเทศ ชื่อนี้ถือว่าน้ำหนักสูง
ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการค้าภายในประเทศ ก็เป็นอีกชื่อที่มาแรงในเชิงภารกิจ เพราะดูแลงานกองบริหารการพาณิชย์ภูมิภาค สำนักงานพาณิชย์จังหวัด กองตรวจราชการ และองค์การคลังสินค้า ซึ่งเชื่อมโดยตรงกับมาตรการดูแลค่าครองชีพ ราคาสินค้า และการขับเคลื่อนนโยบายลงพื้นที่
จุดแข็งของ ร.ต.จักรา คือภาพ “สายภายในประเทศ” ที่ตรงกับนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ในขณะนี้ โดยเฉพาะงานราคาสินค้า ของถูก รถพุ่มพวง ตลาดชุมชน และการสั่งการผ่านพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
ส่วน น.ส.จิตติมา ศรีถาพร เพิ่งขยับขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ตามมติ ครม. แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง 4 ราย แม้เพิ่งขึ้นรองปลัดไม่นาน แต่ถือเป็น “ม้ามืด” ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตำแหน่งรองปลัดด้านบริหารดูแลงานกองกลาง กองบริหารทรัพยากรบุคคล และงานวินัย/บุคลากร ซึ่งเป็นกลไกหลังบ้านสำคัญของกระทรวง
นอกเหนือจากสายรองปลัด กลุ่มอธิบดีและผู้อำนวยการสำนักงานระดับกรมยังเป็นแหล่งแคนดิเดตสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุราชการเหลือพอจะนั่งตำแหน่งปลัดได้มากกว่า 1 ปี
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นหนึ่งในชื่อที่มีน้ำหนักสูง เพราะเคยผ่านตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ก่อน ครม. มีมติให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ข้อมูลเดิมระบุว่านายพูนพงษ์เกษียณปี 2571 จึงยังเหลืออายุราชการหลังปี 2569 ราว 2 ปี
จุดแข็งของนายพูนพงษ์ คือเป็นสาย “นโยบายเศรษฐกิจการค้า + ธุรกิจ” ผ่านทั้ง สนค. และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เหมาะกับโจทย์ปรับโครงสร้างธุรกิจ เอสเอ็มอี นิติบุคคล ดิจิทัล และการยกระดับฐานข้อมูลการค้า
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นอีกชื่อที่มีน้ำหนักในเชิงอาวุโสและประสบการณ์หลากหลาย โดยเคยเป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อนถูกโยกไปกรมทรัพย์สินทางปัญญาในลอต 1 ตุลาคม 2568 ข้อมูลเดิมระบุว่านางอรมนเกษียณปี 2572 จึงเหลืออายุราชการหลังปี 2569 ราว 3 ปี
จุดแข็งของนางอรมน คือผ่านทั้งงานเจรจาการค้า พัฒนาธุรกิจ และทรัพย์สินทางปัญญา หากโจทย์กระทรวงต้องการปลัดที่เข้าใจ FTA กฎการค้าใหม่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ IP ชื่อนี้มีแต้มต่อสูง
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นชื่อที่สอดรับกับโจทย์ปากท้องที่สุด โดยได้รับแต่งตั้งจากผู้ตรวจราชการขึ้นเป็นอธิบดีกรมการค้าภายในตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ข้อมูลเดิมระบุว่านายวิทยากรเกษียณปี 2572 เหลืออายุราชการหลังปี 2569 ราว 3 ปี
จุดแข็งของนายวิทยากร คือกำกับกรมที่เป็น “หน้าด่านค่าครองชีพ” ทั้งราคาสินค้า การดูแลสินค้าเกษตร และมาตรการลดภาระประชาชน หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับภาพดูแลประชาชนในประเทศ ชื่อนี้มีน้ำหนักทางนโยบายสูงมาก
อีกชื่อที่ต้องใส่ไว้ในโผคือ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันเป็นผู้ตรวจราชการ หลังถูกโยกจากอธิบดีกรมการค้าภายในในลอตแต่งตั้งปี 2567 ข้อมูลเดิมระบุว่านายวัฒนศักย์เกษียณปี 2575 เหลืออายุราชการหลังปี 2569 ราว 6 ปี ถือว่ายาวที่สุดในกลุ่มตัวเต็งเดิม
จุดแข็งคือมีอายุราชการเหลือยาว ผ่านกรมการค้าภายใน และมีประสบการณ์งานราคาสินค้า/เกษตรกร แต่จุดที่ต้องวัดคือ “จังหวะ” เพราะขณะนี้อยู่ตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ไม่ใช่รองปลัดหรืออธิบดีกรมหลัก หากจะขึ้นปลัดอาจต้องมีแรงสนับสนุนเชิงนโยบายและการเมืองสูงพอ
หากประเมินตาม “โครงสร้างอำนาจราชการ” กลุ่มที่มีแต้มต่ออันดับแรกยังเป็น รองปลัด 3 ราย โดยเฉพาะ เอกฉัตร และ จักรา เพราะอยู่ใกล้เก้าอี้ปลัดที่สุด และคุมคลัสเตอร์สำคัญคนละด้าน คือ ต่างประเทศ-ภายในประเทศ
แต่หากประเมินตาม “ผลงานและโจทย์นโยบาย” กลุ่มอธิบดีที่น่าจับตาสูงคือ พูนพงษ์-อรมน-วิทยากร โดยพูนพงษ์เด่นด้านโครงสร้างเศรษฐกิจการค้าและธุรกิจ อรมนเด่นงานกติกาการค้า-ทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนวิทยากรเด่นโจทย์ปากท้อง ซึ่งเป็นภารกิจที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งโชว์ผลงานในปี 2569
ดังนั้น โผปลัดพาณิชย์รอบนี้จึงอาจไม่ได้วัดกันแค่ “ใครอาวุโสกว่า” แต่จะวัดว่า รัฐบาลต้องการปลัดแบบไหน ระหว่าง “สายต่างประเทศรับมือสงครามการค้า” “สายภายในคุมค่าครองชีพ” หรือ “สายเศรษฐกิจการค้าใหม่” ที่เชื่อมธุรกิจ-นโยบาย-ดิจิทัลเข้าด้วยกัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ส่องโอกาส โยกย้ายใหญ่ปลายปี บิ๊กข้าราชพาณิชย์ คุมเกมเศรษฐกิจการค้า