บ้านปูเผยไตรมาส 1/2569 เดินหน้ากลยุทธ์ Energy Symphonics เสริมพอร์ต “ก๊าซ-ไฟฟ้า-BESS-เทคโนโลยีอนาคต” ธุรกิจก๊าซสหรัฐ จ่อพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติรองรับดีมานด์ไฟฟ้าจาก AI และ Data Center พร้อมรุก BESS เพิ่ม 2 โครงการในญี่ปุ่น ดันพอร์ตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานแตะ 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ขณะที่กระบวนการควบรวม BPP และจัดตั้ง NewCo เป็นไปตามแผน คาดแล้วเสร็จไตรมาส 3/2569
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจตามกลยุทธ์ Energy Symphonics ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสด เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดพลังงานระยะสั้น และการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานในระยะยาว
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของ AI และ Data Center กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ บ้านปูจึงมุ่งพัฒนาระบบนิเวศด้านพลังงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืน
สำหรับกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐ หรือ U.S. Closed-Loop Gas มีปริมาณการขายรวม 83.25 พันล้านลูกบาศก์ฟุต หรือ Bcf ได้แรงหนุนจากสภาพอากาศหนาวเย็น ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน
ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II รายงานอัตราการใช้กำลังการผลิต หรือ Capacity Factor ที่ 62% ค่าความพร้อมจ่าย หรือ EAF ที่ 87% และมีกำไร 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในส่วนธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCUS โครงการ Barnett Zero รายงานปริมาณกักเก็บคาร์บอน 36,000 ตัน ขณะที่โครงการ Cotton Cove เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว โดยมีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนประมาณ 32,000 ตันต่อปี ส่วนโครงการ Eagle Ford คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 2/2569
ทั้งนี้ BKV ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปู ได้ดำเนินการรวมงบการเงินของ BKV-BPP Power, LLC เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของ AI และธุรกิจ Data Center ในรัฐเทกซัส
นอกจากนี้ BKV ยังมีการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ เช่น การทำสัญญาจัดหาเครื่องจักร Combined Cycle Gas Turbine หรือ CCGT รวม 1,200 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับโอกาสพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple III ขนาด 600 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ Temple Complex หรือการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ขนาด 600 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ North Central Texas โดยการพัฒนาโครงการจะขึ้นอยู่กับการเจรจากับพันธมิตรและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว หรือ PPA
สำหรับกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หรือ Power+ โรงไฟฟ้าพื้นฐานยังสร้างกระแสเงินสดและความมั่นคงให้พอร์ต โดยโรงไฟฟ้าในลาวและไทยเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพ แม้มีการหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาตามแผนในไตรมาสนี้
ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนมีผลประกอบการดีขึ้น จากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนถ่านหินต่อหน่วยที่ลดลง ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Jinhu Qianfeng ขนาด 120 เมกะวัตต์ในจีน ยังคงก่อสร้างตามแผน และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 3/2569
ด้านธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS บ้านปูลงทุนเพิ่มใน 2 โครงการใหม่ที่ญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการ Nikko และ Hiyoshibaru ส่งผลให้ปริมาณกักเก็บพลังงานรวมของพอร์ต BESS เพิ่มขึ้นเป็น 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ครอบคลุม 10 โครงการใน 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย และสหรัฐ
ส่วนธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นมียอดจำหน่ายไฟฟ้ารวม 1,415 กิกะวัตต์ชั่วโมง โดยปัจจุบันนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการซื้อขายไฟฟ้า และบริหารความผันผวนของตลาดอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ หรือ Next-Gen Mining ไตรมาส 1/2569 มีปริมาณขายรวม 8.37 ล้านตัน โดยราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น ธุรกิจเหมืองในอินโดนีเซียมีปริมาณขายลดลงจากฝนตกหนัก แต่ยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ 38% ขณะที่มองโกเลียยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นระดับสูงที่ 58% แม้ต้นทุนถูกกดดันจากราคาน้ำมัน
บ้านปูยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่แห่งอนาคต หรือ Strategic Minerals เพื่อรองรับความต้องการแร่ที่เป็นต้นน้ำของห่วงโซ่คุณค่าพลังงานแห่งอนาคต
ด้านกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต หรือ Future Tech เดินหน้าพัฒนาโซลูชั่น Net Zero อย่างครบวงจร โดยบริษัท ดีพี เน็กซ์ หรือ DP NEXT ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ ได้ร่วมมือกับ Rapid Motors ต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ พัฒนาโซลูชั่นแปลงรถเครื่องยนต์สันดาปเป็นยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Conversion เริ่มจากกลุ่มรถกระบะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและสนับสนุนการลดคาร์บอนในภาคขนส่งไทย
ขณะเดียวกัน หน่วยงาน Corporate Venture Capital หรือ CVC ของบ้านปู ยังเดินหน้าบริหารการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยปัจจุบันลงทุนรวมใน 16 กองทุน และลงทุนโดยตรงในอีก 6 บริษัท มุ่งเน้นธุรกิจเกี่ยวกับ AI, Data Center และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บ้านปูมีรายได้จากการขายรวม 1,340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 42,350 ล้านบาท EBITDA รวม 269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,502 ล้านบาท รายงานขาดทุนจากผลการดำเนินงาน 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,675 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,298 ล้านบาท จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับเงินบาท ส่งผลให้รายงานกำไรสุทธิ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 377 ล้านบาท
บ้านปูระบุว่า กระบวนการควบรวม BPP และการจัดตั้ง NewCo ยังเป็นไปตามแผน และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2569 โดย NewCo จะเป็นกลไกสำคัญในการผสานพลังของ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเนื่องในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับ: บ้านปูเร่งเกมก๊าซสหรัฐ รับดีมานด์ AI-Data Center ดัน NewCo เสริมพอร์ตพลังงาน