กรมประมงประกาศให้ผู้ครอบครอง “วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ” ทั้งตัวสัตว์ ซาก หรือผลิตภัณฑ์จากซาก รีบแจ้งขออนุญาตครอบครองให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่บัดนี้ถึง 23 กรกฎาคม 2569 หลังถูกกำหนดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง หากพ้นกำหนดมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรมประมงแจ้งผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง 3 ชนิด ได้แก่ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ ให้มายื่นแจ้งรายการเกี่ยวกับชนิดและจำนวน เพื่อรักษาสิทธิในการครอบครอง และป้องกันการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สามารถแจ้งความประสงค์ในการครอบครองได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานประมงจังหวัดในท้องที่ที่ครอบครองสัตว์น้ำนั้นอยู่
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออกกฎกระทรวง และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้สัตว์น้ำ 3 ชนิด ได้แก่ วาฬหลังค่อม หรือ Megaptera novaeangliae วาฬเบลนวิลล์ หรือ Mesoplodon densirostris และโลมาริสโซ หรือ Grampus griseus เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
สาเหตุเนื่องจากสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด มีโอกาสได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามธรรมชาติจากการทำประมง และการล่าเพื่อนำไปจัดแสดงในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ได้
อธิบดีกรมประมงระบุว่า จากข้อมูลสถานการณ์ในปัจจุบัน สัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวเป็นสัตว์ที่มีการอพยพระยะทางไกลทั่วทั้งภูมิภาค ทำให้พบเห็นในธรรมชาติได้ไม่บ่อยนัก และในประเทศไทยมักพบเห็นเป็นครั้งคราวในลักษณะการเกยตื้น
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES โดยกำหนดให้วาฬหลังค่อมเป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 1 ส่วนวาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 2 ทำให้ไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามอนุสัญญา ด้วยการกำหนดมาตรการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพ
“แม้ประเทศไทยจะไม่มีการจับวาฬและโลมาเหล่านี้ในน่านน้ำไทยเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการค้า แต่การยกระดับความสำคัญของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยกำหนดมาตรการคุ้มครอง และป้องกันการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อประชากรในธรรมชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นางฐิติพรกล่าว
กรมประมงจึงได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดเวลาการแจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าวที่เป็นสัตว์น้ำ พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้ที่มีไว้ในครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตรงกับชนิดสัตว์ป่าคุ้มครองที่กำหนดเพิ่มเติม ได้แก่ วาฬหลังค่อม วาฬเบลนวิลล์ และโลมาริสโซ และมีไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ สามารถมาแจ้งความประสงค์การครอบครอง เพื่อรักษาสิทธิให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
กรมประมงขอความร่วมมือให้ผู้ครอบครองสัตว์น้ำทั้ง 3 ชนิด ทั้งในรูปแบบมีชีวิต ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า อาทิ การสตัฟฟ์ แกะสลัก ตัด หั่น ฟอก เจาะ บด เผา สกัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหรือส่วนผสมของซากสัตว์ป่า เข้ามาแจ้งขออนุญาตครอบครอง พร้อมเอกสารประกอบการแจ้งครอบครอง
เอกสารประกอบด้วย
สำหรับช่องทางการยื่นแจ้ง สามารถดำเนินการได้ ณ สำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ที่ครอบครองสัตว์น้ำดังกล่าวอยู่ รวมถึงสามารถแจ้งผ่านช่องทางไปรษณีย์ และวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานประมงจังหวัดนั้น เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
กรณีแจ้งผ่านไปรษณีย์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้แจ้งต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน ส่งแบบแจ้งการครอบครอง พร้อมเอกสารที่กำหนด และแนบสำเนาบัตรประชาชนของตนเอง หากเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ต้องแสดงหรือแนบบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนพร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องของผู้มอบอำนาจ และหนังสือมอบอำนาจให้ครบถ้วน
ภายหลังการแจ้งครอบครอง หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารถูกต้องครบถ้วน กรมประมงจะออกใบรับแจ้งการครอบครองให้แก่ผู้ครอบครอง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานยืนยันการแจ้งการครอบครอง โดยเจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจสอบสถานที่ ตรวจสอบชนิดและจำนวนของสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ก่อนดำเนินการจัดทำใบอนุญาตหรือใบรับรอง เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการตรวจสอบต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการยื่นแบบแจ้งการครอบครอง สามารถยื่นได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ผู้ใดไม่ดำเนินการแจ้งการมีไว้ในครอบครองกับพนักงานเจ้าหน้าที่ จะมีความผิดฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นางฐิติพรกล่าวทิ้งท้ายว่า กฎกระทรวงฯ ฉบับนี้เกิดจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่เห็นความสำคัญของสัตว์น้ำจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในระบบนิเวศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำหายาก ลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำบางชนิด และสร้างสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืนต่อไป
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มคุ้มครองพันธุ์สัตว์น้ำตามอนุสัญญา กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทร. 0-2561-2011 ในวันและเวลาราชการ หรืออีเมล citesdof@yahoo.com และสามารถดาวน์โหลดเอกสารการยื่นแบบได้ทาง QR Code ของกรมประมง
อ่านข่าวต้นฉบับ: ใครมี “วาฬหลังค่อม-โลมาริสโซ” ต้องแจ้งด่วน กรมประมงขีดเส้น 23 ก.ค. 69
