บล.เอเซีย พลัส เตือนเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง 3.8% ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย จับตา SET เสี่ยงถูกหั่นน้ำหนัก MSCI ชูกลยุทธ์เก็บหุ้นเปิดเมือง-ปันผลสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด ได้ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มกลับมามีความกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้ออีกครั้ง หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และยังไม่บรรลุข้อตกลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลก (WTI) ทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 101 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนเมษายน 2026 พุ่งขึ้นแรงถึง 3.8% YoY ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.7% และทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี รวมถึงสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่ 2% อย่างมาก
สถานการณ์นี้ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) ของสหรัฐติดลบ ส่งผลให้การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ FED ทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น จากข้อมูล FEDWATCH TOOL
ล่าสุดตลาดคาดการณ์ว่า FED จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 และมีน้ำหนักที่จะพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งสู่ระดับ 4.0% ความกังวลนี้สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี (Bond Yield 10Y) ที่พุ่งทะลุ 4.4% ทำจุดสูงสุดในรอบ 10 เดือนไปแล้วที่ 4.46%
ในขณะที่ดัชนี S&P500 ซื้อขายที่ Forward P/E สูงถึง 20.9 เท่า ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นและพันธบัตร (MEYG) แคบลงเหลือเพียง 0.31% ซึ่งเป็นระดับที่เสี่ยงต่อการถูกเทขายทำกำไร และอาจทำให้ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ช่วงพักฐาน
สำหรับประเด็นในประเทศ ตลาดกำลังจับตาการประกาศทบทวนรายชื่อหุ้นและปรับน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) ของดัชนี MSCI ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 พ.ค. 2026 โดยรอบนี้ดัชนี MSCI Global Small Cap มีหุ้นไทยเข้าใหม่ 2 บริษัท คือ MRDIYT และ TFG ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินกองทุนประเภท Passive Fund ระยะสั้น ขณะที่มีหุ้นถูกคัดออก 1 บริษัท คือ TOA ซึ่งอาจเผชิญแรงขายทำกำไรหรือการปรับพอร์ต
อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยเตือนว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงที่จะถูก “ลดน้ำหนักการลงทุน” (Downgrade Weight) ในดัชนี MSCI Emerging Market สาเหตุไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานที่แย่ลง แต่เกิดจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดหุ้นคู่แข่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เช่น เกาหลีใต้ (+38%), ไต้หวัน (+30%) และจีน (+5%) ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้กินสัดส่วนรวมกันสูงถึง 66% ของดัชนี จึงเบียดให้ตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าอย่างไทยต้องถูกลดน้ำหนักลงตามกลไกการคำนวณ
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุน ให้ระมัดระวังการพักตัวของตลาด และแนะนำ “ขายทำกำไรหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรง” พร้อมกับทยอยสะสมหุ้นใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
อ่านข่าวต้นฉบับ: หุ้นโลกส่อพักฐาน ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย-SET เสี่ยงถูกหั่นน้ำหนัก MSCI