IRPC เดินหน้ารับมือความผันผวนของตลาดพลังงานโลกอย่างเข้มข้น หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบต้นทุนน้ำมันและระบบขนส่งระหว่างประเทศ ล่าสุดประกาศจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ CMC บริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ ควบคู่การคุมวินัยทางการเงิน ด้ชนีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้ 67,779 ล้านบาท
นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก เพื่อรักษาเสถียรภาพการดำเนินงานและความต่อเนื่องในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดิบและค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ล่าสุดบริษัทได้จัดตั้งศูนย์ CMC เพื่อเป็นศูนย์กลางติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารสินค้าคงคลัง การดูแลห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการรักษาเสถียรภาพด้านการผลิตและการส่งมอบสินค้า เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องแม้เผชิญวิกฤตพลังงานโลก
พร้อมกันนี้ IRPC ยังเร่งเสริมความแข็งแกร่งด้าน Supply Security ผ่านการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดโลกและสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกลยุทธ์ “4R” ประกอบด้วย Recapitalize การเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน Revitalize การยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจหลัก Reinvent การสร้างธุรกิจและแหล่งรายได้ใหม่ และ Reframe การปรับองค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยผสานแนวคิด ESG และ Digital Transformation เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและรองรับการเติบโตในอนาคต
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายสุทธิ 67,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อน โดยมี Market GIM อยู่ที่ 7,902 ล้านบาท หรือ 13.21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาส 4/2568 ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว และหนุนราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 9,843 ล้านบาท หรือ 16.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,394 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน แม้จะมีการบันทึกขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันจำนวน 1,981 ล้านบาท แต่บริษัทยังมีกำไรสุทธิ 7,889 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 574 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามบริษัทประเมินว่าความผันผวนของราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นจากเฉลี่ยประมาณ 68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนกุมภาพันธ์ มาอยู่ที่ราว 129 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม ส่งผลกระทบต่อต้นทุน สภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยอมรับว่าหากราคาน้ำมันปรับลดลงหลังสถานการณ์คลี่คลาย อาจทำให้เกิดความเสี่ยงขาดทุนสต๊อกน้ำมันในอนาคต
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 IRPC คาดว่าตลาดน้ำมันดิบและปิโตรเคมียังคงเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดด้านอุปทาน โดยราคาน้ำมันดิบดูไบมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 98-105 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง แม้อุปสงค์เริ่มฟื้นตัวจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน IRPC ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Best-in-Class Indices ทั้ง World Index และ Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมเสนอขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี 5 ปี และ 7 ปี แก่ประชาชนทั่วไป โดยบริษัทและหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” จาก TRIS Rating สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีครบวงจรของ IRPC ในฐานะบริษัทเชิงกลยุทธ์ของ PTT ในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับ: IRPC Q1/69 กำไรจากสต๊อกน้ำมันเกือบหมื่นล้าน ตั้งศูนย์ CMC รับมือวิกฤตพลังงานโลก
