พาณิชย์ร่วมเวที AEC Council ที่ฟิลิปปินส์ วางแนวทางรับมือแรงกระแทกเศรษฐกิจภูมิภาคจากวิกฤตตะวันออกกลาง ห่วงราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ความมั่นคงอาหาร และห่วงโซ่อุปทาน เห็นพ้องเร่งสร้างเสถียรภาพระยะยาว ดันความร่วมมือพลังงาน-อาหาร พร้อมเร่งปิดดีลเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน หรือ DEFA คาดลงนามได้ช่วงประชุมผู้นำอาเซียนปลายปี 2569
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าตนได้เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC Council ครั้งที่ 27 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยที่ประชุมประเมินว่า เศรษฐกิจอาเซียนยังมีศักยภาพเติบโตดี โดยคาดว่าจะขยายตัว 4.6% ในปี 2569 สูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.2%
อย่างไรก็ตาม วิกฤตในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจภูมิภาค ทั้งด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ความมั่นคงทางอาหาร และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ อาเซียนได้วางแนวทางรับมือผลกระทบด้านพลังงานและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะกรณีความเสี่ยงจากเส้นทางขนส่งพลังงานและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะให้ความสำคัญกับการสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อวิกฤต และความท้าทายทางภูมิเศรษฐศาสตร์ในระยะยาว
แนวทางสำคัญคือ การเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานให้มีเสถียรภาพ เพิ่มความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนภายในอาเซียน รวมถึงใช้วิกฤตพลังงานเป็นแรงผลักดันให้ภูมิภาคเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน
ทั้งนี้ อาเซียนจะเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค ภายใต้กรอบความตกลงอาเซียนด้านความมั่นคงปิโตรเลียมให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว พร้อมเดินหน้าความร่วมมือโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน เพื่อรองรับความต้องการพลังงานและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก
ขณะเดียวกัน อาเซียนต้องเร่งสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยใช้ประโยชน์จากกลไกสำรองอาหารระดับภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศความมั่นคงอาหารอาเซียน เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่าง ๆ ได้อย่างทันเวลา
นอกจากนี้ ดร.กิริฎาได้เข้าร่วมการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อเสนอแนะแนวทางดำเนินงานทั้งมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภูมิภาค เพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนเสนอต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48
ไทยยังมีบทบาทในการนำการหารือระดับนโยบาย เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นคงค้างสำคัญของการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน หรือ DEFA ซึ่งขณะนี้ใกล้ได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว และคาดว่าจะสามารถลงนามความตกลงได้ในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียนปลายปี 2569
ความตกลง DEFA ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงธุรกิจในภูมิภาค ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
อ่านข่าวต้นฉบับ: จับตาวิกฤตตะวันออกกลางเขย่าอาเซียน หวั่นพลังงานแพง-เงินเฟ้อพุ่ง เร่งปิดดีล DEFA
