กรมควบคุมมลพิษโต้กลับ กกร. ซัดข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ จี้เปิดแหล่งที่มาใน 7 วัน หลังผลสำรวจภาคเอกชนพาดพิง คพ.เป็นหน่วยงานเรียกรับสินบนสูงสุด เฉลี่ยครั้งละ 120,160 บาท ยืนยันกรมไม่มีอำนาจอนุมัติใบอนุญาตหรือปิดโรงงาน ชี้หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริตพร้อมลงโทษเด็ดขาด แต่หากข้อมูลไม่จริงต้องคืนความเป็นธรรมให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า หลังจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในนามของ กกร. โดยคณะทำงาน “Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน” เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ
โดยมีการพาดพิงกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ว่าเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนสูงสุดเป็นอันดับ 1 เฉลี่ยครั้งละ 120,160 บาท โดยย้ำว่า คพ.ยึดมั่นองค์กรแห่งความโปร่งใส หลังทราบผลสำรวจดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา
กรมได้เรียกประชุมผู้บริหารด่วนทั่วประเทศทันที และมีมติร่วมกัน 2 เรื่อง คือ การทำหนังสือเปิดผนึกถึงผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เพื่อขอรายละเอียดผลสำรวจ วิธีการเก็บข้อมูล และกระบวนการวิเคราะห์ทั้งหมดภายใน 7 วัน
อีกส่วนหนึ่งคือการออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงขวัญกำลังใจของบุคลากรในกรมควบคุมมลพิษทั่วประเทศ
“กรมควบคุมมลพิษเป็นกรมวิชาการ มีหน้าที่ตรวจสอบ ประเมิน และรายงานตามหลักวิชาการ เราไม่มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต หรือสั่งปิดโรงงาน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ผมยังไม่เข้าใจว่าช่องทางการเรียกรับสินบนเกิดขึ้นได้อย่างไร”
ทั้งนี้ ยืนยันว่ากรมทำงานเคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด ทั้งกรณีตรวจสารปนเปื้อนในแม่น้ำโขง แม่น้ำสาย และแม่น้ำสาละวิน การลงพื้นที่ตรวจคุณภาพน้ำช่วงน้ำท่วมภาคใต้ การตรวจเหตุไฟไหม้โกดัง รวมถึงการเข้าตรวจสารเคมีในโรงพยาบาลรามาธิบดีหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่หลายวันเพื่อเก็บข้อมูลอย่างละเอียด
นอกจากนี้กรมยังเป็นโจทก์ร่วมในหลายคดีสิ่งแวดล้อม ทั้งกรณีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม และคดีมลพิษที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน ซึ่งหลายคดีศาลมีคำสั่งให้เอกชนชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมาก
สิ่งที่กังวลที่สุดคือความน่าเชื่อถือของกระบวนการสำรวจ โดยตั้งข้อสังเกตว่าแบบสอบถามอาจใช้ Google Document เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล ซึ่งเปิดให้ใครก็ได้ตอบคำถาม และยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง การทำ Focus Group หรือการตรวจสอบว่าผู้ตอบเคยมีประสบการณ์ตรงกับกรมควบคุมมลพิษจริงหรือไม่
“การทำวิจัยต้องมีการตรวจสอบซ้ำ แต่สิ่งที่ผมได้ยินยังไม่มีคำอธิบายตรงนี้ ผมจึงอยากถามว่าก่อนเผยแพร่ข้อมูลท่านตรวจสอบความน่าเชื่อถือแล้วหรือยัง”
พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงตัวเลขสินบนเฉลี่ย 120,160 บาท ว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางกฎหมาย เนื่องจากโทษปรับด้านสิ่งแวดล้อมทั่วไปมีอัตรา 15,000-30,000 บาท สูงสุดประมาณ 60,000 บาท และเงินค่าปรับทั้งหมดต้องส่งเข้ารัฐ ไม่ได้ตกเป็นผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ ผมจึงไม่เข้าใจว่าผู้ประกอบการคนไหนจะยอมจ่าย 120,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ 60,000 บาท
ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่ทุจริตจริง กรมพร้อมดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด แต่หากพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ผู้จัดทำผลสำรวจต้องออกมาชี้แจงเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับกรม และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 34 ปี
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของเราหลายคนทำงานเหมือนทหารพราน ลงพื้นที่อยู่กับชาวบ้านหลายวัน อยู่ในป่า อยู่ในแหล่งมลพิษ เพื่อหาหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แต่กลับถูกมองว่าไปเพื่อเรียกรับสินบน มันกระทบความรู้สึกของคนทำงานมาก และยืนยันว่ากรมควบคุมมลพิษจะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ และจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่มีคำตอบต่อสังคม
อ่านข่าวต้นฉบับ: กรมควบคุมมลพิษโต้ผลสำรวจ กกร. รับสินบนสูงสุด 1.2 แสน จี้เปิดแหล่งที่มาใน 7 วัน