พาณิชย์นำผู้ประกอบการภาพยนตร์ แอนิเมชัน และบริการเกี่ยวเนื่องของไทย 15 บริษัท ร่วมงาน Marché du Film – Cannes Film Festival 2026 ที่ฝรั่งเศส ภายใต้คูหา Thailand Pavilion ตั้งเป้าจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 250 คู่ สร้างมูลค่าเจรจาการค้าไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท ดันคอนเทนต์ไทยขยายตลาดสู่เวทีโลก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมชมคูหา Thailand Pavilion ภายในงาน Marché du Film – Cannes Film Festival 2026 ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ได้นำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชัน และบริการเกี่ยวเนื่องของไทย จำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและขยายตลาดคอนเทนต์ไทยในระดับนานาชาติ
การเยี่ยมชมครั้งนี้มีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วม
นางศุภจีกล่าวว่า งาน Marché du Film – Cannes Film Festival 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 68 ระหว่างวันที่ 12-20 พฤษภาคม 2569 โดยประเทศไทยเข้าร่วมภายใต้คูหา Thailand Pavilion บนพื้นที่ 82 ตารางเมตร ซึ่งปีนี้นับเป็นครั้งที่ 19 ที่ไทยนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่อสร้างช่องทางตลาดต่างประเทศ และเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงาน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ หรือ Film Production and Distribution จำนวน 12 บริษัท ได้แก่ บริษัท บิบบิดี้ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด บริษัท เฟียร์โฟล์คส เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท ฟิล์ม เฟรม โปรดักชั่นส์ จำกัด บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด บริษัท จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เอ็ม ดิสทริบิวชั่น จำกัด บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด บริษัท ณวลาร์ท นิมิต จำกัด บริษัท ปลาบลาบลา จำกัด บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด และบริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด
ส่วนกลุ่มบริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ หรือ Production and Post-Production Services จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เบนีโทน ฟิล์มส์ จำกัด บริษัท เซคคันด์ สกิน สตูดิโอ จำกัด และบริษัท ไวท์ ไลท์ สตูดิโอ จำกัด
ทั้งนี้ นางศุภจีและนางสาวซาบีดาได้หารือกับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงาน เกี่ยวกับแนวทางขยายตลาดและโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่เวทีโลก
“นอกจากการนำผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชัน และบริการเกี่ยวเนื่องมาเข้าร่วมงาน Marché du Film แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังตั้งเป้าให้เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 250 คู่ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าเจรจาการค้าได้ไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท” นางศุภจีกล่าว
สำหรับผลการเข้าร่วมงาน Marché du Film ปี 2568 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้นำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า จำนวน 12 บริษัท ภายใต้คูหา Thailand Pavilion เป็นครั้งที่ 18 โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 ราย จาก 140 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย ศิลปิน นักแสดง และเอเยนต์จากนานาประเทศ
ปี 2568 ไทยสามารถสร้างการเจรจาการค้าได้รวม 329 นัดหมาย คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 504.39 ล้านบาท โดยประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ตามลำดับ
ทั้งนี้ งาน Marché du Film จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2502 หรือ ค.ศ. 1959 ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายภาพยนตร์ระดับนานาชาติที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของโลก จัดควบคู่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้พบปะเจรจาธุรกิจ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการผลิตร่วมระหว่างประเทศ หรือ Co-production และขยายโอกาสซื้อขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และคอนเทนต์ในระดับสากล
อ่านข่าวต้นฉบับ: “ศุภจี” นำ 15 บริษัทบันเทิงไทยลุย Marché du Film ตั้งเป้าเจรจา 1.4 พันล้าน
