กระทรวงเกษตรฯ หารือ IRCo เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก เน้นจัดการสวนยางยั่งยืน ป้องกันบุกรุกป่า ผลักดันมาตรฐานรับกฎหมาย EUDR พร้อมหนุนบทบาทไทยใน ITRC-IRCo รักษาเสถียรภาพราคายาง ยกระดับจากผู้ส่งออกวัตถุดิบสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางมูลค่าสูง
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การต้อนรับนางสาวปภัชญา ยุทธเจริญกิจ ผู้บริหารบริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด หรือ International Rubber Consortium Limited (IRCo) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทย
การหารือครั้งนี้มีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ นางสาวไปรยา เศวตจินดา ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สำหรับการหารือมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ IRCo รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางดำเนินงานของสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ หรือ International Tripartite Rubber Council (ITRC) และ IRCo ตลอดจนความร่วมมือในอนาคต โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำหน้าที่หลักในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา และใช้ประกอบการกำหนดนโยบายด้านยางพาราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายสรวุฒิกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน การป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า และการผลักดันมาตรฐานให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรขอรับรองมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กระทรวงฯ เน้นยกระดับและขับเคลื่อนด้านกฎหมายเพื่อป้องกันการบุกรุกป่า รวมถึงโครงการส่งเสริมการทำสวนยางตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม
ขณะเดียวกัน ได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและลดการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะกับประเทศเวียดนามและโกตดิวัวร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางสำคัญที่มีผลผลิตต่อไร่สูงและต้นทุนการผลิตต่ำกว่า
นายสรวุฒิกล่าวว่า เพื่อให้การสร้างราคายางมีเสถียรภาพและเกิดพลังต่อรองร่วมกันในภูมิภาค จำเป็นต้องกำหนดบทบาทของ IRCo ในฐานะผู้แทนประเทศสมาชิกไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ให้มีกลยุทธ์และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับแผนปฏิบัติการด้านยางพารา พ.ศ. 2566-2580 หรือ Rubber Action Plan มีเป้าหมายยกระดับบทบาทของประเทศไทยจากผู้ส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น ไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางพาราที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับแนวทางเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs
แผนดังกล่าวให้ความสำคัญกับการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศคู่ค้าให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าเกษตรมากขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้หารือถึงปัจจัยโลกที่มีผลต่ออุตสาหกรรมยางพารา เช่น การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV และทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อการใช้วัตถุดิบในอุตสาหกรรมยางของโลก และอาจกระทบต่อความต้องการใช้ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ในอนาคต
กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตยางธรรมชาติรายสำคัญของโลก ยังเชื่อมั่นว่ายางธรรมชาติมีศักยภาพในการต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ยางพารามูลค่าเพิ่มสูง เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และความยั่งยืนของวัตถุดิบมากขึ้น
พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางไทย และสร้างสมดุลระหว่างการใช้ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ IRCo อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางและภาคธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานยางพาราอย่างยั่งยืนต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: เกษตรฯ ถก IRCo ดันยางพาราไทยสู่ตลาดโลก รับมือ EUDR-เพิ่มมูลค่าสินค้า