กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกตำรวจและหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลุยปราบนอมินีต่างชาติในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว หลังพบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทน เชื่อมโยงบริษัทกว่า 50,000 ราย เตรียมขยายผลดำเนินคดีเชิงลึก ย้ำออกคำสั่งเข้มตรวจหลักฐานการเงินผู้ถือหุ้นไทย ช่วยลดนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีได้แล้ว 75%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังร่วมลงพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กับคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมปฏิบัติการปราบปรามการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือนอมินี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเดินหน้าตรวจสอบและขยายผลในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างต่อเนื่อง
การปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการร่วมกับ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปชก.ตร. พร้อมบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายไทย
นายพูนพงษ์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นทางในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานนำวิถีและชี้เป้าให้หน่วยงานราชการอื่น ๆ ดำเนินการปราบปรามตามอำนาจหน้าที่
จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว พบว่าเกาะพะงันมีบริษัทจำกัดจดทะเบียน 3,754 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 2,381 ราย เกาะสมุยมีบริษัทจำกัด 12,050 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 8,213 ราย จังหวัดภูเก็ตมีบริษัทจำกัด 29,646 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 11,626 ราย จังหวัดพังงามีบริษัทจำกัด 1,685 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 346 ราย
ส่วนจังหวัดกระบี่มีบริษัทจำกัด 3,587 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 749 ราย อำเภอบางละมุง หรือพัทยา มีบริษัทจำกัด 33,314 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 19,910 ราย อำเภอหัวหินมีบริษัทจำกัด 4,061 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 2,081 ราย และอำเภอปายมีบริษัทจำกัด 139 ราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 50 ราย
กรมจะเร่งตรวจสอบกลุ่มที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายนอมินี เช่น บริษัทที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด แต่ให้สิทธิคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท รวมถึงกรณีพบคนไทยถือหุ้นหรือเป็นกรรมการซ้ำซ้อนในหลายบริษัทอย่างผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นการอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 36 และมาตรา 37 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับตั้งแต่ 300,000-1,000,000 บาท
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย ป้องกันการถือครองทรัพย์สินโดยอำพราง และรักษาความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ
ในส่วนของกรมซึ่งเป็นหน่วยงานต้นทางในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ได้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการจดทะเบียนที่เข้าข่ายนอมินี โดยออกคำสั่ง 2 ฉบับ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และ 1 เมษายน 2569
สาระสำคัญคือ กำหนดให้การขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นไม่ถึง 50% หรือมีชาวต่างชาติร่วมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี ต้องส่งหลักฐานทางการเงิน หรือ Bank Statement ของผู้ถือหุ้นคนไทย ให้นายทะเบียนตรวจสอบว่าเป็นการลงทุนจริง
นอกจากนี้ยังกำหนดให้หุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการที่ลงลายมือชื่อขอจดทะเบียน ต้องมีหนังสือยืนยันว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทุกคนได้ร่วมลงทุนและชำระค่าลงทุนจริง รวมทั้งไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในลักษณะนอมินี
นายพูนพงษ์กล่าวว่า หลังออกคำสั่งดังกล่าวสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจช่วยลดจำนวนนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินีได้อย่างมีนัยสำคัญถึง 75% แต่กรมจะยังดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
ขั้นต่อไปกรมจะมีคำสั่งให้นายทะเบียนที่ทำหน้าที่รับจดทะเบียน ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนว่ามีการร่วมลงทุนจัดตั้งนิติบุคคลจริงหรือไม่ หากไม่พบการลงทุนจริงจะปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนทันที
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันว่า จะยังรักษาสมดุลในการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายควบคู่
อ่านข่าวต้นฉบับ: สแกนเกาะพะงัน-ภูเก็ต-พัทยา กรมพัฒน์จ่อฟันนอมินีต่างชาติ
