ภาพการหลั่งไหลของผู้นำระดับโลกและประเทศมหาอำนาจที่ตบเท้าเข้าเจรจากับปักกิ่งในเวลานี้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ ‘ระบบบรรณาการจีน’ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ความผันผวนของมหาอำนาจขั้วเก่า ‘เรย์ ดาลิโอ’ แนะคาถาให้คนหันมา “ตามรอยเงินสดไป” พร้อมกางคัมภีร์จัดพอร์ตระยะยาว-ตุนทองคำ สู้ศึกความไม่แน่นอนในยุคที่ระบบเงินตราเดิมเริ่มถูกตั้งคำถาม
ดูเหมือนว่ายังอีกยาวไกลกว่าจะจบลง นี่คือสิ่งที่เรย์ ดาลิโอ มองสถานการณ์สงครามช่องแคบฮอร์มุซ ณ ปัจจุบัน ในรายการสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก
แม้ว่าจะเป็นความต้องการของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำให้สถานการณ์ยังดำเนินต่อไป แต่จนถึงตอนนี้เรย์กล่าวว่า ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหนี้และตลาดทุนมากนัก
เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater ตลอดอาชีพของเขาใช้ไปกับการลงทุนระยะยาว ที่อาศัยความเข้าใจในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองของประเทศอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น การที่สหรัฐถูกท้าทายโดยประเทศอื่น ๆ ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ดาลิโอได้ให้คำแนะนำสั้น ๆ แต่เฉียบคมว่า
“ให้ตามรอยเงินสดไป ตามรอยเงินไป”
แน่นอนว่าเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ย่อมมีการตอบสนองจากตลาด เขาให้มุมมองว่า
“สงครามเป็นสิ่งที่ไม่ดี และสงครามมันแย่จริง ๆ แต่ความเป็นจริงแล้วตลาดซื้อขายกันบนมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคต โดยภาพรวมแล้วเป็นแบบนั้น ดังนั้นถ้าคุณมีเงินสดให้ตามรอยเงินสดไป”
เมื่อมองหาความเปลี่ยนแปลงและสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ทั้งในแง่ของพลังงานในเอเชีย หรือสิ่งที่มีความหมายต่อตลาดในปัจจุบัน รวมถึงกระแสเงินสด
เรย์อธิบายว่า ตลาดนั้นซื้อขายกันบนพื้นฐานของกระแสเงินสดเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อเราเข้าสู่ช่วงเวลาแบบนี้มันเคยมีการตอบสนองเกิดขึ้นก่อนที่เราจะมีรายงานผลประกอบการ ซึ่งมันเป็นการตอบสนองในลักษณะที่มองว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว และบ่อยครั้งที่ตลาดจะเทขาย แล้วในตอนนั้นตลาดก็เทขายจริง ๆ แต่หลังจากนั้นเราก็มีประมาณการรายได้ที่ยอดเยี่ยม และรายได้ที่มีการรายงานนั้นสูงกว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจริงมาก
“ดังนั้นให้ตามรอยเงินไป โอเคไหม ในท้ายที่สุดแล้วคุณกำลังแลกเปลี่ยนเงินก้อนหนึ่ง เพื่อกระแสเงินสดในอนาคต และนั่นคือสิ่งสำคัญ”
สำหรับแนวโน้มในระยะยาวและการเคลื่อนตัวของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน เรื่องการคลัง หรือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ สงครามในอิหร่านจะเข้าไปสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงระยะยาวเหล่านั้นได้อย่างไร ดาลิโอมองว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตา
เขาบอกว่า จงย้อนดูพฤติกรรมของตลาดเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์ ซึ่งในช่วงเริ่มต้นจะไม่เห็นผลกระทบอะไรมากนัก แต่หลังจากนั้นจะเห็นว่ากระแสเงินสดเริ่มมีความสำคัญ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยในสงครามจะมีทั้งผู้ชนะ ผู้แพ้ และประเทศที่เป็นกลาง
เขาชี้สัจธรรมทางเศรษฐกิจในประวัติศาสตร์ว่า
“ในทางเศรษฐกิจผู้ชนะก็ยังคงต้องแบกรับต้นทุนของสงครามและหนี้สิน อย่างเช่นจักรวรรดิอังกฤษที่มีหนี้สิน และมีผลกระทบตามมา
ส่วนผู้แพ้ในสงครามจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น คุณจะเปลี่ยนระเบียบใหม่ทั้งหมด คุณจะเปลี่ยนระเบียบการเมืองภายในประเทศ ระเบียบระหว่างประเทศ ระเบียบการเงิน และเกือบทุก ๆ อย่าง
แต่ผู้ชนะที่แท้จริงคือประเทศที่เป็นกลาง เพราะพวกเขาได้กำไรในระหว่างสงคราม สหรัฐอเมริกาทำเงินได้มากมายในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งที่สอง
ในช่วงเวลาที่ยังไม่ได้เข้าร่วมสงครามเหล่านั้น และหลังจากนั้นสหรัฐก็สะสมทองคำไว้เป็นจำนวนมาก และมีหลายประเทศที่เข้าร่วมในช่วงท้าย ๆ
ดังนั้นประเทศที่เป็นกลางคือประเทศที่สุดท้ายแล้วจะไม่ถูกขัดขวาง และลงเอยด้วยการทำผลงานได้ดีที่สุด”
เมื่อตัดภาพกลับมาสู่ปัจจุบัน เขายอมรับว่า ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าความหมายของการที่สหรัฐชนะสงครามในอิหร่านตอนนี้คืออะไร แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ โลกกำลังจับตามองว่าอิหร่านจะสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่ จะยังคงรักษายูเรเนียมและนิวเคลียร์ไว้ได้ไหม และอิหร่านจะมีอำนาจผ่านขีปนาวุธและอาวุธอื่น ๆ ในการสร้างความเสียหายด้วยหรือไม่
ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาจะมีอำนาจในการต่อสู้ในสงครามหรือไม่ ทั้งในแง่ของการเมืองภายในประเทศ และการเผชิญหน้าของคนอเมริกันกับปัญหาราคาน้ำมัน รวมถึงค่าครองชีพ
ตอนนี้โลกกำลังมองสิ่งนี้และนิยามมันว่า สหรัฐอเมริกามีขีดความสามารถในการชนะสงครามหรือไม่ ซึ่งสิ่งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประเทศต่าง ๆ ในเรื่องของพันธมิตร
เพราะปัจจุบันสหรัฐมีฐานทัพอยู่ประมาณ 750 แห่งในราว 80 ประเทศ และฐานทัพเหล่านั้นตั้งอยู่ตรงนั้นเป็นส่วนใหญ่ภายใต้สมมติฐานที่ว่าสหรัฐอเมริกาจะปรากฏตัวและปกป้องพวกเขา
ทว่าในตอนนี้มุมมองดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ดาลิโอมองว่า การจะเอาชนะสงครามมันก็ชัดเจนของมันเอง แต่อิหร่านต่างหากที่ถูกมองว่าเป็นประเทศมหาอำนาจระดับกลาง ไม่ใช่มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และคำถามที่ว่าสหรัฐจะสามารถชนะได้หรือไม่นี้กำลังส่งผลกระทบอย่างมากในตอนนี้
“เวลาที่ฉันเดินทางไปทั่วโลก อย่างเช่นในเอเชีย คุณก็รู้สหรัฐอเมริกาเคยถูกมองว่าเป็นกองกำลังที่คอยคานอำนาจเมื่อเทียบกับจีน
โอเค แต่ตอนนี้เชื่อกันว่าสหรัฐไม่สามารถพึ่งพาได้อีกต่อไป สงครามจะไม่เกิดขึ้นพร้อมกับฐานทัพเหล่านั้น และสิ่งนี้แหละจะเปลี่ยนความสัมพันธ์กับจีนด้วยเช่นกัน
คุณจะได้เห็นผู้นำจำนวนมากเดินทางไปจีน และโดยพื้นฐานแล้วก็คือการสร้างความสัมพันธ์ แต่มันเหมือนกับระบบบรรณาการ…นั่นคือสภาพแวดล้อมที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเหล่านี้ ก็ต้องยอมรับและเคารพในอำนาจนั้น และตอนนี้คุณกำลังเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น”
เรย์ขยายความต่อไปว่า ระบบบรรณาการที่ว่านี้ไม่ใช่ระบบที่กดขี่หรือควบคุม แต่มันเหมือนกับการที่มีผู้ถือกระเป๋าเงินมากกว่า ซึ่งผู้ที่มีอำนาจมากกว่ามีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตัวให้ดีต่อผู้ที่มีอำนาจน้อยกว่า และผู้ที่มีอำนาจน้อยกว่ามีพันธกรณีที่จะต้องยอมรับผู้ที่มีอำนาจมากกว่า และพวกเขาควรจับมือกันอย่างกลมกลืน ซึ่งในมุมมองของคนจีนโดยส่วนใหญ่แล้วคงคิดว่าพวกเขากำลังทำได้ดีมากในการแข่งขันกับสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันนี้ภาพรวมเศรษฐกิจของจีนทำเงินได้มหาศาล ซึ่งถ้าหากไปดูที่จำนวนเงินที่พวกเขากำลังทำได้ผ่านรายได้จากการส่งออก และจำนวนสินทรัพย์ทางการเงินที่พวกเขาได้สะสมไว้และกำลังสะสมอยู่ จะพบว่ามันมีจำนวนมหาศาลมาก
ดังนั้นแม้จะไม่มีใครพูดถึงเรื่องการค้ามากนัก แต่จำเป็นต้องดูเรื่องของเงิน ปริมาณของเงิน รายได้แต่ละหัว รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ และวิธีที่พวกเขากำลังแข่งขันในด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และอีกหลาย ๆ ด้าน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเหล่านี้ทำได้ดีมาก
เมื่อพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า ระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สองที่ถูกบังคับใช้โดยสหรัฐกำลังล่มสลายลง และจีนกำลังจะมีส่วนสำคัญในการกำหนด หรืออาจถึงขั้นบงการระเบียบโลกครั้งต่อไป
เรย์กล่าวตอบรับว่า
“ใช่ แน่นอน แต่สิ่งนั้นไม่ได้หมายความว่าบงการ ฉันคิดว่าคุณพูดได้ดีแล้วนะที่ว่าไม่ใช่การบงการ ฉันคิดว่ามันจะเกิดวิวัฒนาการขึ้น และฉันคิดว่าการก้าวขึ้นมาของจีนในแง่ของอำนาจสัมพัทธ์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ กำลังสร้างสถานการณ์ที่พวกเขาจะสร้างระบบในรูปแบบของระบบบรรณาการขึ้นมา
และสิ่งที่สำคัญนำไปปฏิบัติได้จริงเกี่ยวกับเรื่องนั้นก็คือ มันเป็นการยอมรับว่าความแตกต่างของอำนาจมีอยู่จริง
ระบบที่เราเคยผ่านมา ประเทศเล็ก ๆ ในสหประชาชาติสามารถมีคะแนนเสียงเท่ากับประเทศขนาดใหญ่ได้ และนั่นมันไม่ใช่ระบบที่นำมาปฏิบัติได้จริงในทางปฏิบัติ ดังนั้นฉันคิดว่าคุณกำลังจะได้เห็นมันวิวัฒนาการในภูมิภาคนั้นในฐานะของการเป็นโลกที่มีรูปแบบของระบบบรรณาการ ฉันคิดว่าเราจะเห็นสิ่งนั้นในโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ”
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คาดหวังว่าจีนจะเป็นมหาอำนาจทางทหารที่ก้าวร้าว แต่ในทางเศรษฐกิจจะได้เห็นบริษัทจีนแข่งขันกันในเวทีโลก และจะเห็นการเร่งตัวในเรื่องนั้น รวมถึงการเร่งใช้เงินหยวน (RMB) ในฐานะสกุลเงินโลก
ซึ่งแม้ว่ามันจะไม่มาแทนที่เงินดอลลาร์ในเร็ววัน แต่มันจะเติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับการทำธุรกรรมต่าง ๆ และจะได้เห็นการดำเนินงานในลักษณะนั้น ตลอดจนในเรื่องของการเจรจาต่อรอง ที่ในอนาคตจะไม่มีใครสามารถข่มขู่หรือบีบบังคับจีนได้อีกต่อไป และจีนคือพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ
ในฐานะนักลงทุนเขาให้มุมมองเตือนใจไว้
“ฉันคิดว่าอย่างแรกเลยเมื่อเรานึกถึงการลงทุน เราต้องคิดว่าการลงทุนนั้นทำไปเพื่ออะไร และนั่นคือชีวิตทั้งหมดของเรา ไม่ใช่แค่การทำเงินให้ได้มากที่สุด
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องการกระจายความเสี่ยงให้ดีมาก ๆ ใช่ไหม พูดอีกอย่างก็คือ พวกเขาต้องคิดว่าตอนนี้เราอยู่ในช่วงเวลาที่ปั่นป่วน และนั่นหมายความว่า ตัวอย่างเช่น มูลค่าของเงินก็อาจเป็นความเสี่ยงได้ มันกำลังจะไปอยู่ในสกุลเงินไหนล่ะ ? แล้วคุณจะกระจายความเสี่ยงอย่างไร ?”
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันคือการที่ปัญญาประดิษฐ์ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง เรย์มองว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่มหัศจรรย์มากและกำลังจะสร้างผลกระทบในระดับปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่หากย้อนดูในประวัติศาสตร์ของกรณีศึกษาประเภทนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัด ๆ คือมันสามารถสร้างฟองสบู่ขึ้นมาได้เช่นกัน
นอกจากนี้ สภาพคล่องยังมีค่ามากในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะว่าความไม่แน่นอนนั้นมีอยู่สูง ดังเช่นความแตกต่างที่เกิดขึ้นในหุ้นกลุ่ม SaaS ที่ไม่มีใครสามารถเดาหรือรู้ล่วงหน้าได้
ด้วยเหตุนี้สภาพคล่องและการกระจายความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง
ดาลิโอทิ้งท้ายถึงแนวทางการจัดพอร์ตเอาไว้ว่า
“เมื่อผมพูดถึงการกระจายความเสี่ยง ผมหมายความรวมถึงการใส่ทองคำเข้าไปในพอร์ตด้วย ในฐานะที่เป็นสิ่งที่มีมูลค่าเหมือนเงินตรา เพราะในเวลานี้ระบบเงินตราที่เราใช้กันอยู่มันเริ่มมีเครื่องหมายคำถามเสมอถึงความไม่แน่นอนเกิดขึ้น
และสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องของการจับจังหวะซื้อขายทำกำไรในระยะสั้น ๆ พูดอีกอย่างก็คือ ผมไม่คิดว่าคนธรรมดาทั่วไปควรจะคอยขยับเงินเข้า ๆ ออก ๆ ตามคำพูดของผมหรือตามคำพูดของคนอื่น
แต่สิ่งที่พวกเขาควรทำคือการจัดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทไว้เป็นแผนระยะยาว แล้วก็ถือมันไว้เป็นหลัก ยึดมั่นกับมันไปตามนั้น ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้ได้สัดส่วนการลงทุนที่มีอัตราส่วนระหว่างผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีที่สุด”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘เรย์ ดาลิโอ’ ชี้เป้า ‘ตามรอยเงินสดไป’ โลกจะอยู่ใน ‘ระบบบรรณาการจีน’