บอร์ด EEC เห็นชอบหลักการขยายพื้นที่ EEC ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ “สมาร์ทโลจิสติกส์” จ.ฉะเชิงเทรา รองรับอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์อัจฉริยะ มูลค่าลงทุนกว่า 1,350 ล้านบาท
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO กล่าวในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ. หรือบอร์ด EEC) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบประกาศเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม ได้แก่ “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สมาร์ทโลจิสติกส์ (ฉะเชิงเทรา) พื้นที่ประมาณ 29 ไร่ บริเวณถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 72 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษด้านการบินและโลจิสติกส์ รวมถึงกิจการเกี่ยวเนื่อง
โครงการดังกล่าวจะพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้านานาชาติ (International Distribution Center : IDC) รองรับผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศที่ต้องการระบบบริหารจัดการแม่นยำสูง โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ อาทิ เทคโนโลยี 5G ระบบติดตาม GPS หุ่นยนต์ AGV ระบบชั้นวางอัตโนมัติ ASRS และการประมวลผลข้อมูลด้วย AI เพื่อยกระดับบริการ Smart Logistics ของประเทศ
ทั้งนี้ คาดว่าจะเกิดเงินลงทุนในพื้นที่ประมาณ 1,350 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานราว 350 คน รวมถึงเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์สมัยใหม่สู่ประเทศไทย นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบผลการศึกษาโครงการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
โดย สกพอ.ได้ศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดให้จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ EEC เพิ่มเติม เนื่องจากมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้ง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเป้าหมาย และสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ EEC เดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รายงานการศึกษาระบุว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของโรงงานทั้งหมด
อีกทั้งยังมีจุดเด่นด้านการเป็น “เมืองสมุนไพร” ซึ่งสามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรได้ในอนาคต ขณะเดียวกันยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถนนเชื่อมโยงพื้นที่ EEC และกรุงเทพมหานคร รวมถึงผังเมืองและนิคมอุตสาหกรรมที่สามารถรองรับการลงทุนใหม่ได้
ด้านทรัพยากรน้ำและแรงงานก็มีศักยภาพเพียงพอรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีข้อเสนอแนะให้เร่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะเร่งด่วนภายใน 1-2 ปี โดยเฉพาะการจัดการขยะชุมชน การจัดตั้งโรงไฟฟ้าจากขยะครบวงจร การบริหารจัดการน้ำเสีย และการวางแผนใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม
กพอ.จึงเห็นชอบในหลักการให้จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพิ่มเติม พร้อมมอบหมายให้ สกพอ.นำข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของคณะกรรมการไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนเสนอ กพอ.พิจารณาอีกครั้ง เพื่อประกอบการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในลำดับถัดไป
ขณะเดียวกันที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการพัฒนา EEC ในภาพรวม โดยปัจจุบัน สกพอ.ได้ผลักดันให้เกิดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษแล้วรวม 46 แห่ง แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบอีก 7 แห่ง
นอกจากนี้ ระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร EEC OSS ยังสามารถให้บริการได้แล้วมากกว่า 50 รายการ ครอบคลุมทั้งการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ การขอรับสิทธิประโยชน์ และการขออนุมัติอนุญาตตามกฎหมาย 7 ฉบับ อาทิ การขุดดินและถมดิน การก่อสร้างอาคาร และการอนุญาตด้านสาธารณสุข
พร้อมกันนี้ สกพอ.ยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการเชื่อมโยงผลประโยชน์จากการลงทุนสู่พื้นที่และชุมชน เพื่อยกระดับ EEC ให้เป็นฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศในระยะยาว
——
อ่านข่าวต้นฉบับ: บอร์ด EEC เห็นชอบหลักการขยาย EEC ครอบคลุม ‘ปราจีนบุรี’