กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึก บก.ปอศ. และเจ้าของสิทธิ เดินหน้ากวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เดือนเมษายน 2569 จับกุม 29 คดี ยึดของกลาง 709,786 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท พบเครื่องสำอางปลอมแบรนด์ดังลอตใหญ่ในสมุทรปราการ หลังลอบขายออนไลน์ เตือนผู้บริโภคระวังสินค้าปลอมปลอมฉลาก-เลข อย. แนบเนียน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค อีกทั้งยังทำลายความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการเร่งจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสกัดกั้นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และจับกุมผู้กระทำผิดรายใหญ่
สำหรับความคืบหน้าการปราบปรามในเดือนเมษายน 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งชุดระดมกวาดล้างและชุดจรยุทธ์ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. และเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อตรวจเฝ้าระวังพื้นที่ศูนย์การค้า ย่านการค้า และโกดังเก็บสินค้า ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
การลงพื้นที่ตรวจค้นย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ และภูเก็ต สามารถจับกุมสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าได้หลายประเภท อาทิ กระเป๋า กางเกง เสื้อ แว่นตา เข็มขัด กำไล รองเท้า และหมวก
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบแหล่งเก็บสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ หลังสืบทราบว่ามีการจำหน่ายเครื่องสำอางปลอมผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเปิดเผย โดยผลการตรวจค้นพบเครื่องสำอางละเมิดเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดังลอตใหญ่
ทั้งนี้ สถิติการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 29 คดี ยึดของกลางรวม 709,786 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 50 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งของกลางและผู้ต้องหาต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นางอรมนกล่าวว่า การปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มีส่วนสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายหมุนเวียนเข้าสู่ท้องตลาด และเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคจากการใช้สินค้าปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง
ปัจจุบันพบว่าขบวนการผลิตสินค้าปลอม โดยเฉพาะเครื่องสำอาง มีการปลอมบรรจุภัณฑ์ให้ใกล้เคียงกับสินค้าของแท้มากขึ้น ทั้งฉลากภาษาไทยและเลข อย. ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคสับสนและเข้าใจผิดได้ง่าย
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าอย่างเป็นทางการหรือแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ว่ามีมาตรฐาน ไม่มีตำหนิ และราคาสมเหตุสมผล
หากประชาชนพบเบาะแสการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งได้ที่เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา หัวข้อ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” หรือสายด่วน 1368