กระทรวงกลาโหม คลอดระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรมและการรักษาจริยธรรม พ.ศ.2564 ภายใต้การนำของแม่ทัพใหญ่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ได้ลงนาม“คัมภีร์” จริยธรรมกองทัพ ออกตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดให้ข้าราชการ นักการเมือง องค์กรอิสระ ต้องมี “มาตรฐานทางจริยธรรม” เป็น code of conduct สำหรับปฏิบัติงาน – ปฏิบัติหน้าที่
อย่างน้อย “มาตรฐานทางจริยธรรม” ก็แผลงฤทธิ์ใส่ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับคำร้องและสั่งให้เธอ “หยุดปฏิบัติหน้าที่” การเป็น ส.ส.จากคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน
มาถึง “มาตรฐานทางจริยธรรม” ที่บรรจุอยู่ใน “ประมวลจริยธรรม” ของกระทรวงกลาโหม ที่เพิ่งออกมา มีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้
“คุณธรรม” หมายความว่า สภาพความดีงามภายในจิตใจอันเป็นพื้นฐาน ที่จะนาไปสการประพฤติและปฏิบัติตนที่ดี
“จริยธรรม” หมายความว่า ข้อปฏิบัติซึ่งกำหนดเพื่อเป็นแนวทางการประพฤติ และปฏิบัติตนที่ดี
โดยมี “ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรม” ซึ่งก็คือ กรมเสมียนตรา สถาบัน วิชาการป้องกันประเทศ กรมยุทธศึกษาทหารบก กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และกรมยุทธศึกษาทหาร ทำหน้าที่ควบคุม “จริยธรรม” ข้าราชการในทุกสังกัดของกระทรวงกลาโหม
ซึ่งประมวลจริยธรรมดังกล่าวจะถูกนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนนการรับข้าราชการ – เลื่อตตำแหน่ง ซึ่งระบุอยู่ใน ข้อ 13
การสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการกระทรวงกลาโหม การกำหนดให้มีการสอบภาคทฤษฎีเพื่อวัดจริยธรรมหรือ การทาแบบทดสอบเพื่อวัดทัศนคติของผู้สมัครสอบ การกำหนดมาตรการในการสอบสัมภาษณ์เพื่อวัดจริยธรรมในขั้นต้น
“การกำหนดวิธีการพิสูจน์ทราบการแสดงความคิดเห็นหรือ แนวความคิดหรือพฤติกรรมทางจริยธรรมในอดีต ทั้งจากประวัติการเรียน ประวัติการทางาน ประวัติการแสดงออกในที่สาธารณะ หรือประวัติการแสดงออกในสื่อสังคมออนไลน์”
การกำหนดให้นาผลการประเมินด้านจริยธรรมมาใช้เป็นองค์ประกอบ การพิจารณาในเรื่องการย้าย การเลื่อนระดับตำแหน่ง หรือการพิจารณาผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ เพื่อให้ได้รับบำเหน็จความชอบ
ด้านการอบรมและพัฒนาบุคลากร อาทิ การจัดทาหลักสูตรการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของ กระทรวงกลาโหมเป็นการเฉพาะ การสอดแทรกเรื่องการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในหลักสูตร การศึกษาการเรียนการสอน
การนำ “หลักคำสอน” ที่ถูกต้องของศาสนามาใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเพื่อให้ข้าราชการกระทรวงกลาโหมมีพื้นฐานจิตใจที่ดี อันจะส่งผลให้มี ความประพฤติและการปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมกระทรวงกลาโหมอย่างเคร่งครัด
ในหมวด 3 การรักษาจริยธรรมของกระทรวงกลาโหม ในข้อ 17,2 กำหนดไว้ในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม
ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจาหรือทาเป็นหนังสือ หรือสั่งให้ ผู้นั้นได้รับการพัฒนาตามข้อ 13.2.3 คือ ข้าราชการกระทรวงกลาโหมได้มีเวลาในการเข้ารับ การอบรมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมอย่างเหมาะสม
หรือข้อ 13.2.4 นำ “หลักคำสอน” ที่ถูกต้องของศาสนามาใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเพื่อให้ข้าราชการกระทรวงกลาโหมมีพื้นฐานจิตใจที่ดี อันจะส่งผลให้มี ความประพฤติและการปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมกระทรวงกลาโหมอย่างเคร่งครัด
หรือดำเนินการตามกระบวนการบริหารจัดการ กาลังพลตามข้อ 13.4.1 การกำหนดให้นาผลการประเมินด้านจริยธรรมมาใช้เป็นองค์ประกอบ การพิจารณาในเร่ืองการย้าย การเลื่อนระดับตำแหน่ง หรือการพิจารณาผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ เพื่อให้ได้รับบำเหน็จความชอบ
และในข้อ 20 ให้ส่วนราชการรายงานผลการปฏิบัติตามระเบียบนี้ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายในวันที่ 30 กันยายนของทุกปี
โดยจัดทำบัญชีรายชื่อของผู้ที่กระทาการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามประมวลจริยธรรม เหตุแห่งการนั้น และการดาเนินการต่อผู้นั้น รวมถึงสรุปผลการดาเนินงาน ตามมาตรการส่งเสริมจริยธรรมและการเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการกระทรวงกลาโหม ที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมของกระทรวงกลาโหม
โดยสรุป ประมวลจริยธรรมและการรักษาจริยธรรม มีผลต่อการเลื่อนตำแหน่ง – รับเข้าเป็นราชการ โดยเช็คประวัติการแสดงออกในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นองค์ประกบ นอกจากนี้ยังนำหลักศาสนามามาเป็นแนวทางพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมด้วย และต้องรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม ทุกสิ้นปีงบประมาณ 30 กันยายน
อ่านข่าวต้นฉบับ: จริยธรรมกองทัพ “ประยุทธ์” ส่องพฤติกรรมโซเชียล เพื่อรับเข้าราชการ-เลื่อนยศ