หลังจากกลุ่ม ปตท.ประกาศแผนการลงทุน 5 ปี (ปี 2564-2568) ด้วยงบฯ 8.65 แสนล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งยังจัดสรรอีกส่วนเพื่อลงทุนในด้านอื่นอีก 7 แสนล้าน หรือรวม 1.7-1.8 ล้านล้านไปแล้ว
แต่ในจังหวะนี้ วิกฤตพลังงานทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับสูงขึ้นทะลุ 83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับที่ประชุมผู้นำรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26
ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าร่วม ได้มีความเห็นพ้องกันว่า ต้องมีการปรับแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อนให้เร็วขึ้นในปี 2065
นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนให้ผู้ประกอบการค่ายน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก ต่างปรับสู่การเป็น net zero ตั้งแต่ปี 2030 อย่างเช่น เชลล์ บีพี Repsol ปิโตรนาส โททานเอนเนอร์ยี และโคโนโคฟิลลิปส์ ตั้งเป้าหมายปี 2050 พร้อมทุ่มงบประมาณลงทุนมหาศาล
ในส่วนบริษัทพลังงานหลักของไทยอย่าง ปตท. “นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมนา “BOOST UP THAILAND 2022” จัดโดย หนังสือพิมพ์มติชนว่า
แผนการลงทุนภาพรวมของกลุ่ม ปตท.ในระยะ 5 ปี วงเงิน 8.65 แสนล้านบาทนั้น ซึ่งแบ่งสัดส่วนเป็นการลงทุนเฉพาะ บมจ.ปตท.ลงทุนเอง 1.17 แสนล้านบาท
และในปี 2565 จะมีวงเงินลงทุนภาพรวม 4.3 แสนล้านบาท ทั้งกลุ่ม ซึ่งหากแยกเฉพาะของ ปตท.จะอยู่ที่ 67,500 ล้านบาท เน้นการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่ที่จะสอดรับไปกับแผนการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
“วิสัยทัศน์เรื่อง future enerxgy พลังงานอนาคต ซึ่งภาคเอกชนต้องเป็นหัวหอกหลักสำคัญในการลงทุนพลังงานทดแทนต่าง ๆ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ปตท. โดย GPSC เป็นบริษัทลูกที่ลงทุนพลังงานหมุนเวียนและพลังงานไฟฟ้า
ซึ่งมีการลงทุนแล้วรวม 2,000 เมกะวัตต์ อาทิ การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งที่ประเทศไต้หวัน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไต้หวัน
และได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทพลังงานหมุนเวียน Awada Energy ในอินเดีย ซึ่งคาดว่าในปี 2030 จะไปสู่เป้าหมายให้ได้ถึง 12,000 เมกะวัตต์”
“นายอรรถพล” ฉายภาพการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ของ ปตท.ว่า แม้ว่าจะต้องเผชิญความท้าทายในช่วงโควิด และสถานการณ์พลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้น ปตท.ได้กระจายการลงทุนสู่อุตสาหกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง
อาทิ เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน หรือ G-box แบตเตอรี่ขนาดยักษ์เท่ากับคอนเทนเนอร์ 1 ตู้ ตั้งในสถานีบริการน้ำมัน เป็นที่เก็บและจ่ายไฟฟ้าให้รถไฟฟ้า
รวมทั้งมีการบริหารจัดการพลังงานที่เก็บไว้ เพื่อคำนวณความเหมาะสมของการใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และประหยัดต้นทุนที่สุด
“ในปีหน้าจะเริ่มก่อสร้างโรงงาน EV ที่อรุณพลัส ในเครือ ปตท. ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท Foxconn จากไต้หวัน สร้างโรงงานเพื่อผลิตแพลตฟอร์มสำหรับรถไฟฟ้ารูปแบบใหม่เหมือนฐานสเก็ต
เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปให้สามารถออกแบบบอดี้ตามความต้องการและสวมครอบลงบนแพลตฟอร์มที่ฐานของรถยนต์ไฟฟ้าได้เลย
เป็นการรับจ้าง (OEM) รถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปให้บริษัทผู้ว่าจ้างใช้ยี่ห้อของตัวเอง ทั้งยังได้มีการลงทุนในส่วนของแหล่งกักเก็บพลังงาน หรือ energy storage ด้วย”
และที่สำคัญ ปตท.ยังมุ่งสร้าง “ecosystem” ทั้งการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. ซึ่งปีหน้าจะเพิ่มเป็น 300 แห่งจากปีนี้ที่คาดว่าจะมีสถานี 100 แห่ง
และสถานีชาร์จนอกสถานีบริการอีกนับพันแห่ง รวมถึงแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น อีวี มี (EV ME) ที่เปิดให้เช่า รถยนต์ไฟฟ้า และทดลองขับได้ ไม่ว่าจะเป็นเทสลา และแบรนด์ชั้นนำพร้อมให้บริการครบวงจร เพื่อกระตุ้นการรับรู้การใช้ อีกทั้งช่วยในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทรนด์การใช้พลังงานสะอาดจะมีการเติบโตมากขึ้น โดยความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกตามข้อมูลคาดการณ์ของ BP Outlook ปี 2020 คาดว่าพีกน้ำมันจะมาภายในปี 2025
จากเดิมที่เคยประเมินไว้ในปี 2019 ว่าพีกน้ำมันจะอยู่ที่ปี 2035 แต่ทว่าก็ยังต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควร ดังนั้นในระหว่างนี้ยังต้องใช้ “ก๊าซธรรมชาติ” เป็นเชื้อเพลิงสำหรับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเพื่อไปสู่พลังงานสะอาด
ซึ่งมีการคาดการณ์แนวโน้มว่า ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จาก 3,850 BCM เป็น 5,071 BCM ในปี 2040
ในด้านพัฒนาธุรกิจเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ ปตท.ได้ร่วมลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) โดยบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจีจำกัด (PTTGL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยระหว่าง ปตท.
และ ปตท.สผ. ถือหุ้นสัดส่วนเท่ากันที่ 50% ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ แอลเอ็นจีเจวี (BGP LNG JV) ของ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ จำนวน 2.5 แสนหุ้น ถือสัดส่วน 50% เท่ากัน ด้วยงบฯลงทุน 25 ล้านบาท
โดยธุรกรรมนี้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 64 ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินธุรกิจด้านจัดหา และจัดจำหน่าย LNG รวมถึงแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในการ LNG value chain ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์สู่พลังงานอนาคตของ ปตท.
อ่านข่าวต้นฉบับ: ปตท.ลงทุน 4.3 แสนล้าน ย้ำก๊าซเชื้อเพลิงช่วงเปลี่ยนผ่าน
