ในยุคที่ “ภูมิรัฐศาสตร์” พลิกโฉมโลก และเทคโนโลยี AI เข้ามาเปลี่ยนทุกสมการธุรกิจ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี.กำลังเร่งเครื่องทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อปักธงสู่การเป็น Technology-driven Company ที่ขับเคลื่อนด้วย Data และ AI จากร้านขายเมล็ดพันธุ์พืชที่ถนนทรงวาด เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ปัจจุบัน เครือ ซี.พี.ลงทุนใน 21 ประเทศ มีพนักงานกว่า 4.5 แสนคน และยังคงไม่หยุดพัฒนาตนเอง โดยใช้ Center of Excellence (COE) เป็นกลไกในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เทคโนโลยี และการสร้างความสามารถใหม่ให้กับทั้งเครือ
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหาร เครือ ซี.พี. หลากหลายแง่มุม บนความเชื่อที่ว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI Economy ซึ่งไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยธุรกิจเดิมเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องสร้าง ธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ที่รองรับโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว โดยหนึ่งในแกนสำคัญคือ Data Center และ Digital Infrastructure
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือ ซี.พี. บอกว่า CP Group มองว่าเทคโนโลยีไม่ใช่แค่ “เครื่องมือสนับสนุนธุรกิจ” แต่เป็น “หัวใจของการเติบโตในระยะยาว” ทั้งไม่ได้ตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจเฉพาะผลประกอบการทางเศรษฐกิจ แต่ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน
“ซี.พี.มีหลายกลุ่มธุรกิจ กลุ่มแรก เกษตร อาหาร เป็นธุรกิจที่แวลูเชนยาว ตั้งแต่เพาะปลูก, อาหารสัตว์, โรงงานอาหารสัตว์, แปรรูป, การเลี้ยงหมู, เลี้ยงไก่ไข่ มีเทคโนโลยีเกี่ยวข้องตลอดแวลูเชนจะทำยังไงให้องค์กรไซซ์ใหญ่ ปรับเปลี่ยนตัวเองได้”
“จีโอโพลิติกมีผลกับเรื่องเมล็ดพันธ์ุค่อนข้างเยอะ เราเคยอยู่ในกฎ กติกา เดียวกันทั่วโลก มีเป้าหมาย Net Zero ร่วมกันในปี 2030 อยู่ดี ๆ ทรัมป์บอกว่า อเมริกา เฟิรสต์ทุกคนเฟิรสต์หมด อย่างจีน เพิ่งจัดงานใหญ่ชื่อรีคอนเน็กติ้ง ซัพพลายเชน เมื่อซัพพลายเชนของโลกจับกลุ่มกันใหม่ จะทำยังไงให้ขีดความสามารถในการผลิตยังเต็มอยู่ตลอด”
นั่นทำให้เราต้องเริ่มคิดว่า “วัตถุดิบ” จะเอามาจากตรงไหน ก็ต้องมาคิดเรื่อง Rerouting ซัพพลายเชนเพื่อความมั่นคงทางอาหาร
“เราจะเป็นครัวของโลกต้องกลับมาถามตัวเองว่าไทยมีฟู้ดซีเคียวริตี้จริงไหม”
หลายอย่างต้นทุนราคายังแข่งไม่ได้ ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศเยอะมาก
“โจทย์ของเรา คือจะทำยังไงให้ไทยมีฟู้ดซีเคียวริตี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เครือ ซี.พี.จะต้องทำ”
การใช้เทคโนโลยีเสริมความยืดหยุ่น Supply Chain ลดพึ่งพาปัจจัยภายนอก และรองรับการ Reshore/Reroute Supply Chain ในโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และสภาพภูมิอากาศ
ดร.ธีระพลกล่าวต่อว่า เครือ ซี.พี.ใช้เทคโนโลยีเข้ามายกระดับห่วงโซ่คุณค่าทั้งระบบตั้งแต่เกษตรอัจฉริยะ, โภชนาการสัตว์, การผลิตอาหาร ไปจนถึงการต่อยอดสู่ อาหารสุขภาพตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยและผู้บริโภครุ่นใหม่
“เราเก่งมากเรื่องหมู มีแล็บวิจัยเรื่องการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ตอนนี้ขยับมาเรื่องคนมากขึ้น ทำอาหารเป็นยา เพราะมองว่าอาหารสุขภาพไม่ใช่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็นโอกาสเชิงโครงสร้าง”
ดร.ธีระพลย้ำว่า “เทคคัมปะนี” เป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่ Buzzword
ในธุรกิจค้าปลีก กำลังยกระดับธุรกิจจากการเป็น “ผู้ขายสินค้า” สู่การเป็น Technology-driven Retail Platform ที่เชื่อมโยง B2B, B2C ไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค คู่ค้า และชุมชน พัฒนาค้าสู่ Omnichannel ที่ไร้รอยต่อระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์ ที่ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ทุกช่องทาง โดยข้อมูล โปรโมชั่นและประสบการณ์เชื่อมถึงกันทั้งหมด
“ศิริพร เดชสิงห์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืน และสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เสริมว่า การบริหารจัดการข้อมูล และเอไอ เป็นเรื่องที่สำคัญมากกับธุรกิจค้าปลีก ทั้งต้องมีความแม่นยำเรื่องการคาดการณ์ความต้องการ และการบริหารจัดการความหลากหลายของสินค้า
AI จะเปลี่ยนรูปแบบการค้าขายให้กับลูกค้า เช่น เข้าไปแพลตฟอร์ม แม็คโครโปร จะจำได้ว่าลูกค้าซื้ออะไรถ้าเป็นร้านข้าวมันไก่ ก็จะรู้ว่าซื้อไก่ ซื้อข้าว อาทิตย์ละกี่ครั้ง ถ้าไม่มาซื้อไก่ทุกวัน แสดงว่าเขาจะเปลี่ยนร้านไหม
“ถ้าเราใช้เอไอ แพลตฟอร์มจะกลายเป็นแหล่งข้อมูลดีๆ”
อีกยูสเคสสาขาไหนขายดี ส่วนใหญ่ผู้จัดการสาขานั้นจะเก่ง ทำยังไงจะให้ AI ช่วยผู้จัดการสาขาเก่งหมด
“เราก็เอาผู้จัดการสาขาที่เก่งมาเทรน AI แล้วเอา AI ไปช่วยสาขาอื่น เอไอจะบอก 10 ข้อที่ต้องทำได้เลย เป็นการยกระดับผู้จัดการสาขา ไม่งั้นเราจะดูยังไงเป็นพัน ๆ คน สมัยก่อนผู้จัดการสาขาจะเก่งที่ตัวเขาเอง”
อีกเคส เรื่องสิ่งแวดล้อม และการเคียงข้างสังคม
“เราทำเรื่องความยั่งยืน เราต้องรู้ว่าสาขาไหนขยะออกเยอะสุด เราควรต้องรู้ว่าอีกกี่วันสินค้าก้อนนี้จะหมดอายุ ทุกอย่างอยู่ในระบบหมด ผู้จัดการสาขาต้องรู้ว่าต้องทำป้ายเหลืองกี่ตัว ทำเมื่อไร ไม่งั้นแต่ละวันขยะจะเยอะมาก”
โจทย์คือ ทำยังไงให้ Food Waste ลดลง ปีที่ผ่านมาลดการทิ้งขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบไปได้ เฉพาะอาหาร 15,000 ตันเป้าปีนี้ 60% ปีที่แล้ว 50% เราทำได้ 51% ขณะที่ประเทศไทยมีเป้าว่าจะลดให้ได้ 45% ภายในปี 2030 ของขยะทั้งหมด แต่เราทำได้เกินเป้าไปแล้ว
“เอไอจะบอกว่าเราต้องจัดการกับอาหารส่วนเกินตอนไหน ณ เวลาไหน เช่น อีก 2 วันจะมีกล้วยเป็นอาหารส่วนเกิน 50 กิโลที่สาขานี้ ผจก.สาขาต้องคิดแล้วว่าจะเอาไปทำประโยชน์ช่วยคนในชุมชนยังไงบ้าง”
อีกอันนวัตกรรมสีเขียว อาหารที่หมดอายุแล้วนำไปให้เกษตรกรเลี้ยงหนอนแมลงโปรตีน ที่นำไปเลี้ยงไก่อีกทีทำให้ได้ไข่แดงที่มีคุณภาพดีมาก
ดร.ธีระพลอธิบายว่า เครือ ซี.พี.ออกแบบการใช้ AI เป็น 5 Layers เพื่อให้เกิดการใช้งานจริง ขยายผลได้ทั้งเครือ และสร้าง Impact ที่วัดผลได้
Layer 1 คือ โครงสร้างพื้นฐาน (Cloud & Computing Infrastructure)
“เราลงทุนใน Cloud และโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้ง เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และการพัฒนา AI ในระดับองค์กร เป้าหมายคือความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และการ Scale ได้ในทุกธุรกิจ ตั้งแต่เกษตร อาหาร ค้าปลีก ไปจนถึงบริการดิจิทัล”
Layer 2 คือ Data เป็นหัวใจของ AI ที่ยกระดับให้เป็น Data Platform กลางตั้งแต่ข้อมูลเกษตร การผลิต โลจิสติกส์ ร้านค้า ลูกค้า ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อให้ AI เรียนรู้จากข้อมูลจริงของ CP Group
Layer 3 คือ LLM และ AI Models นำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทธุรกิจของตน ไม่ใช่แค่ใช้ AI สำเร็จรูป แต่พัฒนา “CP-specific AI” ที่เข้าใจสินค้า ลูกค้า และกระบวนการทำงานจริง
“ถ้าถามแชตจีพีที ข้อมูลเราก็จะหลุดเข้าไป เราจึงต้องสร้าง LLM ของเราเอง มีสมองของเราเอง ไม่งั้นจะไม่มีศักยภาพที่เป็นยูนีค”
Layer 4 คือ Software & AI Orchestratio มี AI ฝังอยู่ในซอฟต์แวร์และระบบงานประจำวัน ตั้งแต่ระบบบริหารร้าน ระบบจัดซื้อ ระบบวางแผน ไปจนถึงเครื่องมือช่วยตัดสินใจ เพื่อให้พนักงานใช้ AI ได้จริง ไม่เพิ่มความซับซ้อนในการทำงาน และ Layer 5 เป็นเรื่องที่จะต้องคิดว่าจะทำเงินยังไง
“ถ้าเราเป็นแค่ยูสเซอร์ เราจะอยู่ไม่รอด ข้อดีของ ซี.พี.คือ ทำผ่าน Center of Excellence เหมือนเพลย์กราวนด์ที่รวมตัวกันมาทำ รวมคนที่เก่งด้านต่าง ๆ เป็นเอ็นจิ้นในตัวทรานส์ฟอร์มองค์กร”
ในฝั่งของกลุ่มทรูจะเดินหน้าทรานส์ฟอร์มจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมดั้งเดิมสู่การเป็น Technology Company ที่ใช้ AI และ Digital Platform เป็นแกนกลาง จากเดิม “เชื่อมสัญญาณ” สู่การเชื่อมผู้คน ชุมชน และโอกาสทางเศรษฐกิจ
“โครงข่ายของทรูไม่ได้มีบทบาทเพียงการให้สัญญาณมือถือหรืออินเทอร์เน็ต แต่พัฒนาเป็น AI-enabled ที่วิเคราะห์ บริหารจัดการ และสร้างโซลูชั่นใหม่ให้กับธุรกิจและผู้บริโภค ยกระดับบริการขึ้นมา บนแพลตฟอร์มที่มีเอไอเป็นตัวช่วยในราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ (AI for All) เหมือนตอนดอตคอมที่คนต้องมีอินเทอร์เน็ต แต่ตอนนี้ต้องมี เอไอ มาช่วยคิด ช่วยจำ”
อ่านข่าวต้นฉบับ: เจาะยุทธศาสตร์ ‘ซี.พี.’ ในยุค AI Economy
