แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สหรัฐมีความพร้อมด้านกองกำลังทหาร สามารถโจมตีอิหร่านได้เร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะโจมตีหรือไม่ ด้านรัสเซียระบุ การโจมตีอิหร่านจะส่งผลร้ายแรง ขอให้ยับยั้งชั่งใจ อาจเกิดความเสียหายร้ายแรงทางนิวเคลียร์
ซีบีเอส (CBS) รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ แจ้งต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่า กองทัพมีความพร้อมสำหรับการโจมตีอิหร่านอย่างเร็วที่สุดคือวันเสาร์นี้ แต่ระยะเวลาในการดำเนินการอาจยืดเยื้อออกไปเกินกว่าสุดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่าจะโจมตีหรือไม่ อีกทั้งทำเนียบขาวกำลังพิจารณาถึงความเสี่ยงกรณีที่เหตุการณ์บานปลาย รวมถึงผลกระทบทางการเมืองและการทหาร
แหล่งข่าวระบุว่า ในอีก 3 วันข้างหน้า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) จะเคลื่อนย้ายกำลังพลบางส่วนออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นการชั่วคราว โดยส่วนใหญ่จะไปยังยุโรปหรือกลับสหรัฐ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการหรือการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากอิหร่าน หากสหรัฐตัดสินใจดำเนินการทางทหารในขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและกำลังพลล่วงหน้า เป็นเรื่องปกติของเพนตากอน และไม่ได้หมายความว่าการโจมตีอิหร่านจะเกิดขึ้นในทันที
แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า มีเหตุผลและข้อโต้แย้งมากมายที่สามารถนำมาใช้ในการโจมตีอิหร่านได้ แต่การทูตเป็นทางเลือกแรกของประธานาธิบดีเสมอ โดยเธอปฏิเสธที่จะกล่าวว่าการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นนั้น จะประสานงานร่วมกับอิสราเอลหรือไม่
ความเห็นของโฆษกทำเนียบขาวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐส่งเรือลำที่สองไปยังตะวันออกกลาง โดยเกิดขึ้นห่างกันหนึ่งวัน หลังจากที่การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้า
แหล่งข่าวยังระบุว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ มีการหารือเกี่ยวกับอิหร่านในห้องบัญชาการสถานการณ์ของทำเนียบขาว (White House Situation Room) โดยคาดว่า กองกำลังทหารทั้งหมดที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะพร้อมเข้าประจำการภายในกลางเดือนมีนาคม
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ว่า หากสหรัฐโจมตีอิหร่านอีกครั้งจะส่งผลร้ายแรง ขอให้มีการยับยั้งชั่งใจเพื่อหาทางออกที่จะช่วยให้อิหร่านดำเนินโครงการนิวเคลียร์อย่างสันติได้
ลาฟรอฟให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์อัล-อาราบียาของซาอุดีอาระเบีย โดยกล่าวว่า กำลังจับตาดูปฏิกิริยาในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างระมัดระวัง โดยไม่มีใครต้องการให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น อีกทั้งการเพิ่มความตึงเครียดอาจทำให้ความก้าวหน้าเชิงบวกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาต้องสูญเปล่า รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างอิหร่านและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย
“ผลที่ตามมานั้นไม่ดีแน่ การโจมตีอิหร่านซึ่งมีโครงการนิวเคลียร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency) จากการประเมิน มีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรงทางนิวเคลียร์” ลาฟรอฟกล่าว
นอกจากนี้ยังระบุว่า ประเทศอาหรับกำลังส่งสัญญาณไปยังสหรัฐอย่างชัดเจน โดยเรียกร้องให้มีการยับยั้งชั่งใจและแสวงหาข้อตกลงที่จะไม่ละเมิดสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน อีกทั้งรับประกันว่าอิหร่านมีโครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์เพื่อสันติอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ รัสเซียยังคงติดต่ออย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอกับผู้นำของอิหร่าน
WANA News สื่อสัญชาติอิหร่านรายงานว่า นิโคไล ปาตรูเชฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศว่า รัสเซีย จีน และอิหร่าน ทำการส่งเรือเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทะเลร่วมกันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้
การฝึกซ้อมทางทะเลที่ชื่อว่า “เข็มขัดความมั่นคงทางทะเล” (Maritime Security Belt) ปี 2026 ระหว่างสามชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อการเสริมสร้างความมั่นคงของการค้าทางทะเลทั่วโลก การดำเนินมาตรการร่วมกันในการต่อต้านโจรสลัดและการก่อการร้ายทางทะเล และการดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
อ่านข่าวต้นฉบับ: กองทัพสหรัฐพร้อมโจมตีอิหร่านเร็วสุดเสาร์นี้ 21 ก.พ. -รัสเซียเตือนหายนะทางนิวเคลียร์