รายงานข่าวระบุว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ทำจดหมายเปิดผนึก องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เรื่องขอให้ “เอาจริง” กับการปราบคอร์รัปชั่น เพื่ออนาคตประเทศไทย กราบเรียนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรี
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอแสดงความยินดีต่อท่าน ในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นทำหน้าที่ผู้นำประเทศ พร้อมขอชื่นชมในความตั้งใจ “ปราบคอร์รัปชั่น” อย่างจริงจัง ทั้งนี้ องค์กรขอยืนยันความพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลของท่านอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้เกิดผลจริง
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประเทศ ทั้งในสายตาประชาชนและประชาคมโลก โดยผลดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2568 ของ Transparency International ซึ่งประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 คะแนน ต่ำสุดในรอบ 19 ปี และอยู่ในลำดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก และต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก ตัวเลขนี้มิใช่เป็นแค่สถิติ แต่คือ “ต้นทุนของประเทศ” ที่ประชาชนต้องร่วมกันแบกรับ ทั้งความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ลดลง ความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอย และงบประมาณแผ่นดินที่รั่วไหลไปจากที่ควรยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
การปล่อยให้คอร์รัปชั่นฝังรากลึก เท่ากับปล่อยให้ชาติถอยหลัง อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลชุดใหม่แสดงเจตจำนงอย่างจริงจังในการปราบโกง ประเทศไทยย่อมสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างสังคมที่โปร่งใส และยกระดับศักยภาพของประเทศบนเวทีโลกได้ภายใต้การนำของท่าน
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอเสนอให้บรรจุ 5 มาตรการปราบโกงไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อยืนยันว่าการปราบปรามคอร์รัปชั่นในรัฐบาลนี้ “เกิดผลจริง ไม่ใช่แค่คำประกาศ”
5 มาตรการปราบโกงที่รัฐบาลควรประกาศในคำแถลงนโยบายเพื่อสร้างความมั่นใจ
1.ตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
กำหนดให้เป็นกลไกขนาดเล็ก คล่องตัว มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน กำหนดกรอบเวลา ตัวชี้วัด และเป้าหมายที่วัดผลได้ พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ
2.ยกระดับประเทศสู่มาตรฐาน OECD
ผลักดันให้ทุกหน่วยงานปรับปรุงระบบธรรมาภิบาล การเปิดเผยข้อมูล และกลไกความโปร่งใสให้เทียบเคียงมาตรฐานสากลอย่างจริงจัง จะเป็นแรงขับเคลื่อนภายใน และสัญญาณบวกต่อประชาคมโลก
3.ยกระดับ 3 กระทรวงหลักให้เป็นต้นแบบความโปร่งใส
ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ โดยเปิดเผยข้อมูล การจัดซื้อจัดจ้างอย่างครบถ้วน ลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น และกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดและโปร่งใส
4.ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปิดช่องโกง
เร่งขยายการใช้เทคโนโลยีเชิงระบบเปิดเผยข้อมูลและระบบติดตามโครงการ โดยผลักดันการใช้ IP (Integrity Pact) และ CoST (Construction Sector Transparency Initiative) ในโครงการจัดซื้อ จัดจ้างขนาดใหญ่ เปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างอย่างครบถ้วน ตรวจสอบได้ เปลี่ยนการปราบโกง จากปลายทางสู่การป้องกันเชิงระบบ
5.สร้างภาครัฐประสิทธิภาพสูง ลดแรงจูงใจการทุจริต
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานข้าราชการ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างกำลังคนและปรับรายได้ให้เหมาะสม องค์กรเชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่เป็นคนดี หากมีรายได้พอกินพอใช้จะช่วยลดแรงจูงใจในการทุจริต และสร้างระบบราชการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
องค์กรใคร่ขอเข้าพบท่าน ทันทีที่ท่านจัดตั้งทีมรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เพื่อหารือและร่วมออกแบบกลไกการทำงาน เริ่มภารกิจ “ปราบโกงให้สำเร็จในรัฐบาลนี้” ไปพร้อมกัน เพราะการปราบคอร์รัปชั่นมิใช่ภาระของรัฐบาลฝ่ายเดียว หากแต่เป็นพันธกิจร่วมของคนไทยทั้งประเทศ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)