รมว.ต่างประเทศไทย เผยผลการหารือร่วมกับ รมว.ต่างประเทศเมียนมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ โดยไทยวางตัวมีบทบาทนำ ให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการพูดคุยปรองดอง ย้ำเมียนมามีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการค้าชายแดน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และนายตาน ส่วย รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา หารือร่วมกันที่โรงแรมตรีสรา จังหวัดภูเก็ต
นายสีหศักดิ์เผยผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการว่า การหารือเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ และไทยต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา โดยไทยวางตัวมีบทบาทนำ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมในการพูดคุยปรองดอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการส่งเสริมสันติภาพเมียนมา ทำให้ชายแดนมีความมั่นคง และการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่อไป
ในที่ประชุมหารือ นายสีหศักดิ์แจ้งต่อนายตาน ส่วย ถึงประเด็นหลักที่สำคัญคือ ไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีพรมแดนร่วมกับเมียนมาประมาณ 2,400 กิโลเมตร ไทยจึงต้องการที่จะเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา เนื่องจากมีความสำคัญต่อความมั่นคงของไทย และเป็นประโยชน์ในแง่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งสอง
ในส่วนของการเลือกตั้งในประเทศเมียนมาก่อนหน้านี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะมีการกระจายอำนาจมากขึ้น
รัฐบาลใหม่ต้องการนำเมียนมากลับสู่เสถียรภาพและมีความเปิดกว้างมากขึ้นในการพูดคุย หารือ ปรองดอง กับฝ่ายต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หรือกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งไทยยินดีในจุดนี้ เพราะเชื่อว่า สันติภาพในเมียนมาจะต้องมาจากการพูดคุยและปรองดองกัน
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ไทยต้องการเป็นสะพานเชื่อมให้เมียนมากลับมาสู่ครอบครัวอาเซียน ภายใต้นโยบายการมีปฏิสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป และอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า เมียนมาต้องแสดงท่าทีเชิงบวก เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนภายใต้ฉันทมติ 5 ข้อ
ประเทศไทยจะแสดงบทบาทนำ และฝ่ายเมียนมาต้องช่วยตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนและประชาคมโลกผ่านการกระทำต่าง ๆ ในเชิงบวก อาทิ เริ่มกระบวนการเจรจา การมีพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ การลดความรุนแรง และหลีกเลี่ยงการโจมตีพลเรือน
“ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ฉันทามติ 5 ข้อไม่มีความคืบหน้า โดยไทยอยากจะเห็นความคืบหน้านี้ ดังนั้นแนวนโยบายของไทยคือ การมีปฏิสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป และขอให้ฝ่ายเมียนมาตอบสนอง ซึ่งในการหารือ ฝ่ายเมียนมาก็มีท่าทีเชิงบวกในเรื่องนี้” นายสีหศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้ เพื่อเสถียรภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดน ไทยยังเสนอความร่วมมือร่วมกันในแง่ต่าง ๆ อาทิ การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งออนไลน์สแกมเมอร์ ปัญหายาเสพติดซึ่งทะลักเข้าไทย รวมถึงปัญหามลพิษในแม่น้ำต่าง ๆ จากการทำเหมืองแร่ในเมียนมา โดยไทยยังเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อสร้างความร่วมมือด้านมาตรฐานในแม่น้ำ
ไทยยังหยิบยกประเด็นการค้าชายแดนขึ้นมาพูดในที่ประชุม โดยนายสีหศักดิ์ระบุว่า แม่สอด-เมียวดี ซึ่งเป็นช่องทางการค้าที่สำคัญที่ปิดอยู่ ตอนนี้มีความคืบหน้าคือ เริ่มกระบวนการซ่อมทางหลวงเอเชียสาย 1 (AH1) ในเมียนมาแล้ว โดยไทยหวังว่า หากฝ่ายเมียนมาสามารถเริ่มเจรจาพูดคุยชนกลุ่มน้อยได้บ้าง จะช่วยให้สถานการณ์มีเสถียรภาพมากขึ้น และอาจจะสามารถเปิดให้มีการค้าชายแดนในพื้นที่ดังกล่าวได้
นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไทยกล่าวกับเมียนมาว่า ไทยพร้อมและประสงค์ที่จะเป็นผู้ประสานงาน เพื่อพูดคุยกับชนกลุ่มน้อยที่อยู่ฝั่งชายแดนไทย โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในการพูดคุย ซึ่งฝ่ายเมียนมายินดีและขอบคุณ ที่ไทยจะเข้ามาช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้เกิดการพูดคุย เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มจากการพูดคุยในระดับพื้นที่
นายสีหศักดิ์ยังกล่าวว่า เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ โดยภาคเอกชนไทยเข้าไปทำธุรกิจ และต้องการขยายการลงทุนมากขึ้น แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้มีข้อจำกัด จึงพูดคุยในที่ประชุมว่า เมียนมาสามารถผ่อนคลายอะไรได้บ้าง อาทิ อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งอาจไม่สะท้อนถึงค่าเงินที่แท้จริง ข้อจำกัดการนำเข้าวัตถุดิบ แหล่งพลังงาน
“ไทยไม่ได้ต้องการเป็นผู้นำ แต่ต้องการมีบทบาทนำ เพราะไทยเป็นรัฐด่านหน้าและมีชายแดนร่วมกับเมียนมา โดยสิ่งที่ไทยทำจะเป็นประโยชน์กับภูมิภาคและส่วนรวม” สีหศักดิ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: สีหศักดิ์หารือ รมว.เมียนมาหลังเลือกตั้ง ชี้ไทยสะพานเชื่อมอาเซียน-ถกค้าชายแดน
