คอลัมน์ : คุยฟุ้งเรื่องการเงิน ผู้เขียน : พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (ทอมมี่)
ความแตกต่างระหว่างคนรายได้สูงกับคนรายได้ต่ำไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งงานหรือโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่อุปนิสัยเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน จากการศึกษาพฤติกรรมของคนทำงานประจำที่มีรายได้สูงโดยนิตยสารธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่น พบว่า สิ่งที่สร้างความต่างอย่างชัดเจนคือวิธีคิด วิธีใช้เวลา และทัศนคติที่มีต่อการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสรุปออกมาได้เป็น 3 อุปนิสัย
คำว่า “คิดเรื่องงานในวันหยุด” อาจฟังดูขัดกับแนวคิด Work-Life Balance ในปัจจุบัน สำหรับความหมายของคนรายได้สูงการคิดเรื่องงานในวันหยุดไม่ใช่การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้สมองได้คิดอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่กดดันตัวเองจนเครียด แต่ปล่อยให้ความคิดไหลอย่างเป็นธรรมชาติในขณะที่กำลังพักผ่อน
หลายคนยังคงไปเที่ยว พักผ่อน ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในระหว่างนั้นกลับสังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น เดินห้างแล้วเห็นวิธีจัดร้านใหม่ ๆ ดูหนังแล้วได้ไอเดียเรื่องการสื่อสาร อ่านหนังสือแล้วเชื่อมโยงกับงานที่ทำอยู่ แม้แต่การสังเกตพฤติกรรมผู้คนในร้านกาแฟ หรือการฟังบทสนทนาในที่สาธารณะ ก็อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจในการแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่งานจุกจิก แต่เป็นการสะสม “วัตถุดิบทางความคิด” เพื่อกลับมาใช้จริงในวันทำงาน
คนที่มีรายได้สูงมักไม่แยกชีวิตออกเป็นสองส่วนแบบตัดขาด แต่เชื่อมโยงประสบการณ์ชีวิตเข้ากับการทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ พวกเขาไม่ได้ทำให้งานกลายเป็นภาระที่ต้องหนีในวันหยุด แต่กลับทำให้การพักผ่อนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์งาน ทำให้วันจันทร์ไม่ใช่วันที่เริ่มต้นอย่างหมดแรง แต่เป็นวันที่พร้อม “ลงมือทำ” จากไอเดียที่สั่งสมไว้แล้ว
อีกหนึ่งนิสัยที่พบได้ชัดในกลุ่มคนรายได้สูง คือการตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า “วันนี้เราเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน” แนวคิดนี้อาจดูเรียบง่าย แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระยะยาว เพราะการเติบโตที่แท้จริงไม่ได้มาจากการรอคอยโอกาสใหญ่ ๆ แต่มาจากการพัฒนาตัวเองทีละเล็กทีละน้อยในแต่ละวัน
แนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ การมองว่า “วันนี้เราเป็นครูของตัวเราเองในเมื่อวาน” หากย้อนกลับไปถามตัวเองว่า มีอะไรอยากสอนตัวเองในเมื่อวานบ้าง คำตอบนั้นจะกลายเป็นทิศทางการพัฒนาของเราในวันนี้ และเมื่อทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง คนในวันนี้ก็จะไม่เหมือนคนเมื่อวานอีกต่อไป การสะสมความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน เมื่อเวลาผ่านไปจะกลายเป็นทักษะและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างอย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลที่คนบางคนเติบโตเร็วกว่าคนอื่นแม้จะเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน เพราะพวกเขาไม่ได้ใช้เวลาแค่ผ่านไปแต่ใช้เวลาเพื่อเรียนรู้
หลายคนบอกว่างานของตนเองน่าเบื่อ และเชื่อว่างานที่สนุกมักไม่สามารถทำเงินได้ แต่จากการสังเกตคนที่ประสบความสำเร็จ กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้รอให้งานสนุกเอง แต่เป็นฝ่าย “สร้างความสนุกให้กับงาน” ความแตกต่างนี้อาจดูเล็กน้อย แต่กลับส่งผลอย่างมากต่อแรงจูงใจและผลลัพธ์ในระยะยาว
การสร้างความสนุกไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนอาชีพเสมอไป แต่อาจเป็นการตั้งโจทย์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ปรับวิธีทำงาน ทดลองแนวทางที่แตกต่าง หรือมองงานเดิมในมุมใหม่ บางคนอาจลองใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อทำงานซ้ำ ๆ ให้เร็วขึ้น บางคนอาจท้าทายตัวเองด้วยการตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้น หรือบางคนอาจหาวิธีช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในขณะที่ทำงานของตัวเอง เมื่อความสนุกเกิดขึ้น ความตั้งใจและพลังในการทำงานก็ตามมา และผลลัพธ์ด้านรายได้ก็มักตามมาในระยะยาว
คนรายได้สูงจำนวนมากจึงไม่ได้เก่งเพราะถูกบังคับให้ทำงานหนัก แต่เพราะพวกเขาหาวิธีทำให้งานกลายเป็นพื้นที่ของการพัฒนาและการทดลองอย่างต่อเนื่อง ความสนุกนี้ไม่ได้เกิดจากภายนอก แต่เกิดจากทัศนคติและการเลือกมุมมองที่พวกเขามีต่องาน แทนที่จะบ่นว่างานซ้ำซาก พวกเขากลับมองหาโอกาสที่จะทำให้งานนั้นดีขึ้น แทนที่จะรอให้ถูกมอบหมายงานที่น่าสนใจ พวกเขากลับสร้างความน่าสนใจให้กับงานที่มีอยู่ นี่คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่างคนที่รู้สึกว่างานเป็นภาระกับคนที่รู้สึกว่างานเป็นโอกาส เมื่ออุปนิสัยเล็ก ๆ สะสมกลายเป็นความต่างที่ยิ่งใหญ่
หากพิจารณาทั้ง 3 อุปนิสัยร่วมกัน จะพบว่าคนรายได้สูงไม่ได้ใช้เวลามากกว่าคนอื่นเสมอไป แต่ใช้เวลา “ต่างกัน” พวกเขาเชื่อมโยงชีวิตกับงาน เรียนรู้จากทุกวัน และสร้างแรงจูงใจจากภายในมากกว่าการรอแรงผลักจากภายนอก
อุปนิสัยเหล่านี้อาจไม่สร้างผลลัพธ์ทันทีในระยะสั้น แต่เมื่อสะสมต่อเนื่องจะสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาว ทั้งในด้านรายได้ ความก้าวหน้า และคุณภาพชีวิต สุดท้ายแล้วความแตกต่างระหว่างคนรายได้สูงกับคนรายได้ต่ำอาจไม่ได้อยู่ที่โอกาสเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีคิดและอุปนิสัยในชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วย
หากวันนี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งหรือรายได้ได้ทันที การเริ่มจากการปรับอุปนิสัยทั้งสามข้อ อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและชีวิตการทำงานในระยะยาว เช่นเดียวกับการคำนวณผลประโยชน์พนักงานที่ต้องอาศัยการคำนวณอย่างรอบคอบจากนักคณิตศาสตร์ประกันภัย การสะสมอุปนิสัยเล็ก ๆ เหล่านี้ก็ต้องการความต่อเนื่องและการมองภาพระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ ABS
อ่านข่าวต้นฉบับ: 3 อุปนิสัยลับของคนรายได้สูง ที่ไม่มีใครรู้