จากกรณีศาลสูงสุดสหรัฐ (Supreme Court of the United States : SCOTUS) มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ตัดสินให้ภาษีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเรียกเก็บกับทุกประเทศในลักษณะเหมาเข่ง ผิดกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉิน (IEEPA 1997) ซึ่งภาษีที่เป็นโมฆะครอบคลุมภาษีอัตราฐาน 10 % รวมถึงภาษีต่างตอบโต้สำหรับสินค้าจากประเทศที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง และภาษีเชื่อมโยงเฟนทานิลที่เรียกเก็บกับจีน แคนาดาและเม็กซิโก เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการค้าสหรัฐออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า การพ่ายแพ้คดีเรื่องภาษีนำเข้า จะไม่ทำให้ข้อตกลงที่เจรจาไว้กับคู่ค้าต้องล้มเลิกไป แต่อย่างใด ขณะที่คู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มพอใจข้อตกลงเดิมและขอให้สหรัฐยึดมั่นในสิ่งที่ตกลงกันไว้แล้ว บางส่วนรอความชัดเจนทางนโยบายของสหรัฐเพื่อประเมินสถานการณ์
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐกำลังติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศและพวกเขาก็พอใจกับข้อตกลงภาษีนำเข้า
“ดังนั้น คุณก็รู้ว่า ข้อตกลงเหล่านั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง” เบสเซนต์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ของ Fox News
เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวว่า ข้อตกลงเหล่านั้นยังคงมีผลบังคับใช้ และรัฐบาลจะยืนหยัดในข้อตกลงเหล่านั้น โดยคาดหวังว่าคู่ค้าจะทำเช่นเดียวกัน ยังแนะนำว่า เครื่องมือทางการค้าอื่นๆของสหรัฐ รวมถึงการตรวจสอบแนวทางการค้าของประเทศอื่นๆ จะทำให้สหรัฐมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
เกรียร์กล่าวว่า เขาพูดคุยกับคู่เจรจาจากสหภาพยุโรปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของคู่ค้าสำคัญอื่นๆ ของสหรัฐเพื่อสร้างความมั่นใจ
“ขอให้มั่นใจได้เลย ผมพูดคุยกับคนเหล่านี้เช่นกัน” เกรียร์กล่าวกับสำนักข่าวซีบีเอส “ผมบอกพวกเขามาเป็นปีแล้วว่า ไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้ เราก็จะต้องเก็บภาษีต่อไป นโยบายของประธานาธิบดีจะยังคงดำเนินต่อไป”
“นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาลงนามในข้อตกลงเหล่านี้แม้ในขณะที่คดีความยังอยู่ระหว่างการพิจารณา” เขากล่าว
เกรียร์ส่งสัญญาณว่า คู่ค้าสหรัฐไม่ควรคาดหวังว่าจะได้รับการผ่อนปรนภาษีนำเข้าจากคำตัดสินของศาล
ภาษีนำเข้า 15% ที่ทรัมป์ประกาศนั้น “เทียบเท่ากับภาษีที่เราเคยใช้” ภายใต้กฎหมาย IEEPA ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ศาลตัดสินว่าทรัมป์ไม่สามารถใช้ในการกำหนดภาษีได้
“ความเป็นจริงก็คือ เราต้องการรักษาแนวนโยบายที่เรามีอยู่ และให้มีความต่อเนื่องมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เกรียร์กล่าวในรายการ This Week ของ ABC
ด้านสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการจัดเก็บภาษีแจ้งว่าจะยุติการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าทุกชนิดที่นำเข้ามายังสหรัฐ ซึ่งจัดเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ตามเวลาของสหรัฐ
การแจ้งเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ห่างกันกว่า 3 วันหลังจากคำตัดสินศาล โดยทางหน่วยงานส่งข้อความเรื่องนี้ต่อผู้ขนส่งสินค้าผ่านระบบขนส่งสินค้า (CSMS) ว่าจะยกเลิกรหัสภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งดังกล่าวภายใต้ IEEPA แล้ว
CBP ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมจึงยังคงเก็บภาษีศุลกากรที่ด่านเข้าประเทศต่อไปหลายวันหลังจากการตัดสินของศาล และข้อความของ CBP ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับการคืนเงินที่อาจเป็นไปได้สำหรับผู้นำเข้า
ข้อความที่แจ้งระบุว่า การระงับการเก็บภาษีนี้ไม่มีผลกระทบต่อภาษีอื่นๆ ที่ทรัมป์กำหนด รวมถึงภาษีภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าที่ไม่เป็นธรรม
“CBP จะให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านข้อความ CSMS ตามความเหมาะสมต่อไป” หน่วยงาน CBP กล่าวว่า
สหรัฐไม่ได้ใช้กฎหมาย IEEPA จัดการการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับจีน แต่ใช้เครื่องมืออื่นๆ เช่น มาตรา 301 ของพระราชบัญญัติการค้า 1974 ในการเรียกเก็บภาษีจากจีนตั้งแต่สมัยทรัมป์ 1.0
“ประธานาธิบดีทรัมป์และสี จิ้นผิง มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น” กรีเออร์กล่าวกับรายการฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์ และระบุว่า สหรัฐยังคงเก็บภาษีเฉลี่ย 40% กับจีน โดยไม่ได้ใช้กฎหมายฉุกเฉิน IEEPA ที่ศาลสูงสุดได้ยกเลิกไปแล้ว
“เรามีมาตรการภาษีนำเข้าแบบนี้อยู่แล้วกับจีน และเราก็มีการสอบสวนอยู่แล้ว” เขากล่าว
ทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนระหว่างการเยือนที่จะเริ่มในวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน ซึ่งคำพิพากษาศาลทำให้ผู้นำสหรัฐอำนาจต่อรองลดลง ในการเจรจากับจีน
ยังไม่มีการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากจีน อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายจับตาข้อตกลงที่เป็นส่วนหนึ่งของการลดภาษีแลกกับการซื้อสินค้าสหรัฐรวมถึงสินค้าเกษตร จะหยุดชะงักหรือไม่ อย่างไร
เกาหลีใต้
เกาหลีใต้กล่าวว่า คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐที่ยกเลิกภาษีที่เรียกเก็บภายใต้อำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อตกลงทางการค้าโดยรวมกับสหรัฐ
คิม จองกวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากร จัดการประชุมฉุกเฉิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อประเมินคำตัดสิน ซึ่งพบว่า ภาษีที่เรียกเก็บภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำตัดสินนี้ทำให้ภาษีตอบโต้ 15% ที่ใช้กับสินค้าเกาหลีในปัจจุบันเป็นโมฆะ
“แม้ว่าคำตัดสินจะเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการส่งออกไปยังสหรัฐ แต่กรอบโดยรวมของเงื่อนไขการส่งออกที่ได้รับการรับรองภายใต้ข้อตกลงภาษีระหว่างเกาหลีและสหรัฐจะยังคงอยู่” คิมกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าจะตอบโต้เต็มกำลังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและบริษัทเกาหลี
อินโดนีเซีย
ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ว่า รัฐบาลมีความพร้อมที่จะเผชิญกับทุกความเป็นไปได้
“เราเคารพการเมืองภายในของสหรัฐอเมริกา และเราจะติดตามความคืบหน้า” ปราโบโวกล่าวกับผู้สื่อข่าวในแถลงการณ์ทางวิดีโอ
ในอีกด้านหนึ่ง แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต หัวหน้าผู้เจรจาของอินโดนีเซียเกี่ยวกับภาษีศุลกากรของสหรัฐกล่าวในวันเดียวกันว่า รัฐบาลได้ขอให้สหรัฐคงไว้ ซึ่งการยกเว้นภาษีศุลกากรที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับสินค้าส่งออกของอินโดนีเซียหลายรายการ เช่น น้ำมันปาล์ม กาแฟ และโกโก้
ทั้งนี้ อินโดนีเซียลงนามในข้อตกลงทางการค้าที่ลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียเหลือ 19% จากเดิม 32% ไปเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ก่อนคำตัดสินศาล 1 วัน
อินเดีย
แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่การค้าอินเดียจะเลื่อนการเดินทางไปสหรัฐที่เดิมมีจุดประสงค์เพื่อสรุปข้อตกลงการค้า
การเจรจาที่กำหนดไว้สำหรับสัปดาห์นี้จะถูกเลื่อนออกไปเป็นวันอื่น ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในนิวเดลีที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากการหารือเป็นเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียยังไม่ยืนยัน
การเยือนครั้งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองประเทศศึกษาและประเมินพัฒนาการและผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว
เมื่อต้นเดือนนี้ อินเดียบรรลุข้อตกลงชั่วคราว โดยทรัมป์ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียเหลือ 18% จาก 25% และยกเลิกภาษีพิเศษเชื่อมโยงกับการซื้อน้ำมันรัสเซียที่เรียกเก็บเพิ่มอีก 25% ด้วย
สหภาพยุโรป (อียู)
คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) สำนักงานใหญ่กรุงบรัสเซลส์ ต้องการความชัดเจนอย่างเต็มที่ เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในนโยบายการค้าของรัฐบาลทรัมป์
แถลงการณ์อียูระบุว่า ข้อตกลงก็คือข้อตกลง และคาดหวังว่าสหรัฐจะปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงทางการค้าที่ลงนามในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
หัวหน้าฝ่ายการค้าของรัฐสภายุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติอียูวางแผนที่จะเสนอให้ระงับการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ จนกว่ารัฐบาลทรัมป์จะชี้แจงนโยบายให้ชัดเจน
ญี่ปุ่น
บุคคลสำคัญในพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่นถึงกับเรียกสถานการณ์ทั้งหมดนี้ว่า “ความยุ่งเหยิงอย่างแท้จริง”
อิสึโนริ โอโนเดระ สมาชิกพรรคดังกล่าว ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ โดยอ้างถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาษีนำเข้ารถยนต์
โอโนเดระแสดงความกังวลว่าธุรกิจต่างๆ จะย้ายออกจากสหรัฐ หากสถานการณ์ภายในประเทศยังคง “ยุ่งเหยิง” เช่นนี้ต่อไป
อ้างอิง :
• Reuters
อ่านข่าวต้นฉบับ: ผู้แทนการค้าสหรัฐ คู่ค้าตอบสนองอย่างไร หลัง SCOTUS โมฆะภาษี