กระทรวงการต่างประเทศหารือร่วมกับสมาชิก EABC โดยตัวแทนภาคเอกชนยุโรปที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมองว่า ไทยเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ และมีศักยภาพเป็นประตูสู่ตลาดประเทศอื่น ๆ อาเซียน อีกทั้งพร้อมให้ความช่วยเหลือเพื่อให้การเจรจา FTA ไทย-อียูมีความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพต้อนรับ คุณภารณี อดุลยพิเชฏฐ์ ประธานสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (European Association for Business and Commerce : EABC) และจัดการประชุมหารือร่วมกับสมาชิกของ EABC ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนภาคเอกชนยุโรปที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงฝ่ายไทยประกอบด้วย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ และสมาคมธนาคารไทย
ในที่ประชุม มีการหารือกันในหัวข้อเกี่ยวกับโอกาสในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก อีกทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นด้านเศรษฐกิจการเงินในมุมมองของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักธุรกิจจากยุโรปต่อโอกาสการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยบรรยากาศเป็นไปในเชิงบวก มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ตรงไปตรงมา และสร้างสรรค์
หลังการหารือเสร็จสิ้น นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ฝ่ายไทยเห็นถึงความสำคัญของหุ้นส่วนฝ่ายยุโรป ในการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าในหลาย ๆ ด้าน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งมีความต้องการให้ภาคเอกชนยุโรปร่วมเป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทยต่อไป
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ในที่ประชุมยังมีการหารือกันในเรื่องการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป (Thai–EU FTA) ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวที่กำลังเจรจาอยู่นี้ จะเป็นมาตรฐานใหม่ของ FTA ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า สินค้า บริการ การลงทุนในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โดยสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ควรช่วยกันเพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไป
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเชื่อว่า การเจรจาร่วมกันจะเป็นประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายร่วมกัน ไม่ใช่แค่ภาคเอกชนยุโรปเพียงฝ่ายเดียว โดยหลังจากนี้จะมีการแลกเปลี่ยนกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังระบุว่า ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าเสรีให้มากขึ้น เนื่องจากกติการะหว่างประเทศกำลังถูกบั้นทอนลง
ด้านคุณภารณีระบุว่า ในส่วนของภาคธุรกิจเอกชนยุโรปเองก็มีความมั่นใจต่อการลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญ และมีศักยภาพในการเป็นประตูเปิดตลาดไปสู่กลุ่มประเทศอาเซียน
นอกจากนี้แล้ว คุณภารณียังระบุว่า สิ่งที่ EABC คาดหวังในอนาคตอันใกล้คือ การเจรจา FTA ระหว่างไทย-อียูจะมีความคืบหน้าโดยเร็ว โดยหากบรรลุผลการเจรจาจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคสังคม เศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการพัฒนากฏระเบียบต่าง ๆ ของไทย ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับมาตรฐานโลกและอียูได้ โดยในส่วนนี้จะช่วยยกระดับให้ไทยสามารถเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ได้ในอนาคตอีกด้วย
นายสีหศักดิ์กล่าวถึงบรรยากาศในที่ประชุมว่า มีการพูดคุยถึงเรื่องกฏเกณฑ์และกติกาจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจากับกลุ่มประเทศอียู และเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญและเป็นหนึ่งในนโยบาย โดยแม้จะมีการเจรจาการค้าเสรีหรือไม่ ประเทศไทยก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกติกาสากล อีกทั้งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าเป็นสมาชิก OECD
คุณภารณีกล่าวปิดท้ายว่า ประเทศไทยไมใช่ประเทศแรกที่มีการเจรจาข้อตกลงการค้ากับอียู ดังนั้นไทยสามารถเรียนรู้ช่องโหว่จากประเทศอื่น ๆ ที่บรรลุข้อตกลง FTA ไปแล้วก่อนหน้านี้ จากนั้นเปลี่ยนช่องโหว่ให้กลายเป็นศักยภาพของประเทศ ด้วยวางมาตรการเพื่อลดทอนข้อกังวลหรือผลกระทบต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีในอนาคต นอกจากนี้ยังจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยเองในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับ: กต.หารือร่วม EABC ภาคเอกชนยุโรปมั่นใจ ไทยคู่ค้าสำคัญ-ประตูสู่ตลาดอื่นในอาเซียน
