ญี่ปุ่นเปิดตัว Buddharoid หุ่นยนต์ AI นักบวชศรัทธายุคสังคมสูงวัย
ในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ศรัทธาจิตวิญญาณเก่าแก่ หรือศาสนา ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงกระแสธารแห่งนวัตกรรมได้
ล่าสุด ณ วัดพุทธประวัติศาสตร์ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเกียวโต สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการเปิดตัว ‘Buddharoid’ (พุทธรอยด์) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พลัง AI ตัวแรกที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางจิตวิญญาณและอาจก้าวขึ้นมาเป็น ผู้ช่วยพระสงฆ์ ในอนาคตอันใกล้
เปิดตัวครั้งนี้เป็นการโชว์ศักยภาพทางวิศวกรรม เพื่อตอบโจทย์วิกฤตทางสังคมในประเทศญี่ปุ่น ทั้งปัญหาการขาดแคลนนักบวชและสังคมผู้สูงอายุที่โดดเดี่ยว
Buddharoid คือระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า BuddhaBot-Plus ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยเกียวโต ภายใต้การนำของศาสตราจารย์ เซจิ คุมาไก (Seiji Kumagai) จากสถาบันวิจัยอนาคตมนุษย์และสังคม (Institute for the Future of Human Society-IFoHS)
ระบบ AI นี้ได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลโหลดขนาดมหาศาลจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่ซับซ้อนที่สุด โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ภายใต้ Search Engine ค่ายยักษ์อย่าง OpenAI และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือหุ่นยนต์สามารถ “โต้ตอบธรรมะ” ได้อย่างเป็นธรรมชาติเหมือนนักบวช
ศาสตราจารย์คุมาไกระบุว่า พุทธรอยด์ถูกออกแบบมาให้ตอบคำถามที่ละเอียดอ่อนและเป็นส่วนตัว ซึ่งบางครั้งผู้คนอาจจะรู้สึกประหม่าหรือลังเลหากต้องไปปรึกษากับพระสงฆ์ที่เป็นมนุษย์จริง ๆ แต่กับหุ่นยนต์ พวกเขาอาจรู้สึกมีอิสระในการระบายความในใจได้มากกว่า
ในด้านกายภาพ Buddharoid ใช้ร่างพื้นฐานจากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น ‘Unitree G1’ จากบริษัท Unitree Robotics ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความคล่องตัวและความเสถียร ตัวหุ่นมีขนาดกะทัดรัด สูงประมาณ 130 เซนติเมตร สวมชุดคลุมสีเทาที่เรียบง่ายดูสำรวมในแบบพุทธมารยาทตามนิกายญี่ปุ่น ในปัจจุบันส่วนใบหน้าจะยังไม่ได้มีการตกแต่งให้เหมือนมนุษย์โดยสมบูรณ์ (ยังไม่มีหน้ากากยางซิลิโคน)
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 มีการจัดแสดงที่วัดโชเร็นอิน พุทธรอยด์ได้สาธิตการก้าวเดินไปรอบ ๆ ห้องโถง และการทำท่า ‘กัชโช’ (Gassho) หรือการประนมมืออธิษฐานต่อหน้าสื่อมวลชน ภาพที่ปรากฏคือหุ่นยนต์ที่ไม่ได้ดูแข็งทื่อ กลับมีจังหวะการเดินที่สงบเสงี่ยม เลียนแบบท่วงท่าของนักบวชที่ฝึกฝนวิปัสสนามาอย่างดี
ความน่าทึ่งที่สุดของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการสาธิตการให้คำปรึกษาจริง โดยมีผู้สื่อข่าวจาก NHK รับหน้าที่เป็นผู้รับบริการปรึกษาธรรมะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เธอได้สารภาพกับหุ่นยนต์ว่าเธอมักจะมีอาการคิดมากและวิตกกังวลอยู่บ่อยครั้ง
พุทธรอยด์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงโทนที่นุ่มนวลและปลอบประโลมใจว่า :
“พุทธศาสนาสอนว่า สิ่งสำคัญคือการไม่หลงเชื่อความคิดของตนเองอย่างงมงาย หรือรีบร้อนทำสิ่งต่าง ๆ ไปตามอารมณ์… วิธีหนึ่งที่ทำได้คือการทำจิตใจให้สงบ และลองปล่อยวางจากตัวความคิดนั้นเสีย”
คำตอบจากพระหุ่นยนต์องค์นี้ไม่ใช่การสุ่มคำขึ้นมา แต่เป็นการนำหลักธรรมเรื่องสติ และการปล่อยวาง มาประยุกต์ใช้กับบริบทปัจจุบันอย่างชาญฉลาด
เหตที่มหาวิทยาลัยระดับท็อปของญี่ปุ่นต้องสร้างหุ่นยนต์พระสงฆ์ เป็นเพราะโครงสร้างประชากรของญี่ปุ่น ปัจจุบันกำลังเผชิญกับภาวะหดตัวและมีอายุขัยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นอัตราสังคมสูงวัย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวัดพุทธทั่วประเทศ ปัญหาที่ตามนอกเหนือจากนี้ ได้แก่
มหาวิทยาลัยเกียวโตแถลงว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างพุทธรอยด์ จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ หรือแม้กระทั่ง ทดแทนการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาบางอย่างที่พระสงฆ์มนุษย์ไม่สามารถทำได้ทั่วถึง สิ่งนี้ถูกคาดหมายว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ทางวัฒนธรรมในศาสนาโลก
แน่นอนว่าการเปิดตัว Buddharoid ย่อมมาพร้อมกับคำถามชวนคิด “เครื่องจักรสามารถมอบความตื่นรู้ทางจิตวิญญาณได้จริงหรือ ?” และ “การที่หุ่นยนต์สวดมนต์แทนคน เป็นการลดทอนความศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ ?”
ศาสตราจารย์คุมาไกเองก็ตระหนักถึงประเด็นนี้ และยืนยันว่า การถกเถียงด้านจริยธรรม เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในพื้นที่ทางศาสนาต้องปล่อยให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า ในอดีต ญี่ปุ่นก็เคยมี ‘หุ่นยนต์มินดาร์’ (Mindar) ที่ทำหน้าที่แสดงธรรมมาแล้ว แต่ Buddharoid ก้าวข้ามไปอีกขั้นด้วยการมีปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพที่ซับซ้อนขึ้น
มหาวิทยาลัยเกียวโตและทีมวิจัยยังคงมีแผนที่จะพัฒนาศักยภาพของ Buddharoid ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงใบหน้าให้มีความเมตตามากขึ้น หรือการเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยประกอบพิธีกรรมที่ซับซ้อน เพื่อให้มั่นใจว่า เสียงแห่งธรรม จะยังคงแว่วกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของผู้ศรัทธาชาวญี่ปุ่น แม้ในวันที่โลกเต็มไปด้วยเครื่องจักรก็ตาม
อ่านข่าวต้นฉบับ: ญี่ปุ่นเปิดตัว ‘บุดด้ารอยด์’ ฮิวแมนนอยด์ นักบวช