กกต.ประกาศรับรอง สส.เขต 396 คน และจะรับรอง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อให้สภามี สส. 95% สามารถทำหน้าที่ได้
หน้าที่แรก ๆ ของสภาผู้แทนฯ ชุดนี้หรือชุดไหน ๆ คือ การเลือกประธานและรองประธานสภา
จากนั้นประธานสภาจะทำหน้าที่เรียกประชุมสภา เพื่อลงมติโหวตรับรองแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคที่มี สส.อย่างน้อย 25 คน เป็นนายกรัฐมนตรี
ในฐานะพรรคที่ได้เสียงมาเป็นที่ 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี 193 เสียง จับมือกับพรรคเพื่อไทย ที่มี 74 เสียง ได้ 267 เสียง แล้วไปรวมกับพรรคเล็ก จะได้เสียงอยู่ที่ 290-300 เสียง
โดยไม่นำเอาพรรคกล้าธรรม พันธมิตรเดิม ที่เคยสนับสนุนภูมิใจไทยให้ตั้งรัฐบาล MOA มาเข้าร่วมด้วย
สาเหตุมาจากข้อขัดแย้งในช่วงเลือกตั้งที่ 2 พรรคไปปะทะกันเองในหลายเขต ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทย
และภายหลังเลือกตั้ง พรรคกล้าธรรมเคลื่อนไหวรวบรวมเสียงพรรคเล็ก ที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทย
ทำให้พรรคภูมิใจไทยออกมารวบรวมเสียงพรรคเล็กเอาไปไว้ ยกเว้นพรรคเดียวคือ รวมไทยสร้างชาติ
จากนี้ไป เมื่อสภามี สส. 95% แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการเลือกประธาน รองประธาน
แล้วไปประชุมสภาเลือกนายกฯอีกครั้ง
น่าจับตาว่า พรรคใดบ้าง ที่จะมาร่วมเทเสียงสนับสนุนให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นอกเหนือจากพรรคที่จับมือกันอยู่ก่อนแล้ว
แม้ว่าไม่ได้ร่วมรัฐบาลในรอบนี้ ก็เป็นการสร้างข้อผูกพันสำหรับการเมืองในอนาคต
สำหรับการเมืองไทย เป้าหมายสำคัญของพรคการเมือง คือการได้เข้าร่วมรัฐบาล
มีอยู่ไม่กี่พรรค ที่ไม่ได้เดินแนวทางนี้ กล้าออกนอกกรอบความคิดนี้ เน้นการทำหน้าที่ สส.อย่างเต็มที่ และไม่กลัวที่จะเป็นฝ่ายค้าน
เมื่อนักการเมือง และพรรคการเมือง ให้ความสำคัญกับการร่วมรัฐบาล พร้อมจะทิ้งสังกัดเดิม เพื่อจะได้เข้าร่วมรัฐบาล
ประกอบกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายยุคหลายสมัย รวมถึงปัจจุบัน มีบทบัญญัติที่เอื้อต่อการย้ายสังกัด
หลายพรรคการเมือง ใช้จุดอ่อนตรงนี้ ไปดึงเอา สส.พรรคอื่น มาเพิ่มยอด สส.ให้กับตัวเอง
ดังที่มีข่าวเกี่ยวกับ “งูเห่า” ที่เป็นศัพท์เทคนิค หมายถึง สส. จากพรรคต่าง ๆ ที่ย้ายจากพรรคหนึ่งไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง
และเป็นเทคนิคสำคัญในการเล่นการเมือง เพื่อให้พรรคตัวเองมี สส.มากขึ้น หรือเพื่อให้บางพรรคมี สส.ลดน้อยลง
ในการเมืองรอบนี้ เริ่มมีข่าวจะมีการดึง สส.มาเป็นกลุ่มเพื่อเติมเสียงสนับสนุนพรรคแกนนำ ที่เสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ
และกลุ่มที่ถูกจับตามองตอนนี้ คือกลุ่มของ สส.กล้าธรรม ที่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล แต่มีข่าวว่า สส.บางกลุ่ม จะไปเข้าร่วมกันเอง
คือกลุ่ม สส.ภาคใต้ ภาคกลางและอีสาน สังกัดพรรคกล้าธรรม จำนวน 9 เสียง
แม้ว่าแกนนำอย่าง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคกล้าธรรม และ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันไปรายงานตัวที่สภา เมื่อ 26 ก.พ. ได้ตอบคำถามนักข่าวเรื่องงูเห่าว่า อย่าไปพูดถึง เพราะตอนนี้ไม่มี
ถ้าหากมีจริงก็จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า
เป็นสัญญาณว่า กรณีงูเห่าจากพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ยังไว้ใจใครไม่ได้
อีกประเด็นที่น่าสนใจ จากพรรคภูมิใจไทย ในห้วงเวลาของการจัดทำโผ ครม. คือข่าวการจัดสรรตำแหน่ง รมต.ให้กับกลุ่มเลือดแท้ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ทายาทบ้านใหญ่ ที่ทำงานให้พรรคมีแนวคิด และจุดยืนคัดค้านกาสิโน
และมีการแสดงออกไปยังโผรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่ส่งชื่อแกนนำมารับตำแหน่ง รมต. ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยขอตีกลับ 3 ชื่อหลัง คือ นายสุริยะ นายสมศักดิ์ และนายประเสริฐ และขอให้พรรคเพื่อไทยส่งคนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นรัฐมนตรี
ทั้ง 3 คน เป็นบุคคลระดับแคนดิเดตนายกฯ เป็นแกนนำและเป็นเลขาธิการพรรค การขอตีกลับแล้วเปลี่ยนเป็นคนรุ่นใหม่ น่าจะทำให้เกิดปัญหาอยู่ไม่น้อย
และอาจนำไปสู่การแตกร้าวในอนาคตได้
เพียงแค่ “ยกแรก” ของการตั้งรัฐบาล ก็ถือว่า มีประเด็นระดับเลือดเดือดกันแล้ว
แล้วบนเส้นทางเดินของรัฐบาล น่าสงสัยว่า จะเป็นไปด้วยความราบรื่นหรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับ: โหมโรง ‘ว่าที่รัฐบาลภูมิใจไทย’ ข่าวหึ่ง ‘ตีกลับรุ่นเก๋า-งูเห่า’