เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ถอยทัพจากตลาดกัมพูชา ที่เปิดมานานกว่า 12 ปี ขายเงินลงทุนกว่า 161 ล้านบาท หลังเผชิญกระแสคว่ำบาตรแบรนด์ไทย
ชื่อของ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” แบรนด์โรงภาพยนตร์ของไทย ได้รับความสนใจช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีการรายงานว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตัดสินใจยุติการดำเนินธุรกิจในกัมพูชา ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 12 ปี
โดย มติชน รายงานอ้างอิงเว็บไซต์ Kiripost รายงานว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กัมพูชา (Major Cineplex Cambodia) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือโรงภาพยนตร์จากประเทศไทย ได้ประกาศว่า จะยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศกัมพูชา หลังจากอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ที่กัมพูชามานานกว่า 12 ปี
โดยตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่บนเฟซบุ๊ก ทางโรงภาพยนตร์ได้กล่าวอำลาต่อลูกค้า พร้อมแสดงความขอบคุณต่อสิ่งที่บริษัทเรียกว่า ความไว้วางใจและความรัก ที่ลูกค้ามีให้ตลอดมา
แถลงการณ์ ระบุว่า พวกเรารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรามาตลอดเส้นทางนี้
ขณะที่เฟซบุ๊ก Major Cineplex Cambodia ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาภาพยนตร์มากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่การดูหนังครั้งแรก ไปจนถึงความทรงจำอันแสนพิเศษที่ได้แบ่งปันร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง
พวกเราขอขอบคุณจากใจจริงต่อทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเรามาตลอดเส้นทางนี้ ความไว้วางใจและความรักจากท่านมีความหมายต่อพวกเราอย่างยิ่ง
ในวันนี้ เราขอถ่ายทอดคำขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับทุกความทรงจำที่เราได้ร่วมสร้างไปด้วยกัน จากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวของเรา
ทั้งนี้ เครือโรงภาพยนตร์ในกัมพูชา ภายใต้ชื่อ Major Cineplex Cambodia มีการบริหารงานในประเทศโดยบริษัท Major Platinum Cineplex (Cambodia) Co., Ltd. ซึ่งอยู่ภายใต้โครงสร้างการถือหุ้นและการบริหารจัดการของบริษัทแม่ในประเทศไทย คือ Major Cineplex Group Plc
ทั้งนี้ ข่าวระบุว่า การประกาศปิดกิจการของแบรนด์และบริการจากประเทศไทยในกัมพูชารายล่าสุดนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการคว่ำบาตรสินค้าจากไทยอย่างต่อเนื่องในหมู่ชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ
ขณะที่ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ระบุว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2569 ของบริษัท
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ได้รับทราบจากมติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ของบริษัท เมเจอร์โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“MHD”) (บริษัทย่อย) อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด (“MPC”) ซึ่งถือโดย MHD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ MHD ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 70 โดยการจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 7,000 หุ้น หรือคิดในอัตราร้อยละ 70 ของจำนวนหุ้นหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ USD 734.89 เทียบเท่าราคาหุ้นละ 23,043.06 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 161.30 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถั่วเฉลี่ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ 31.3558
บาท/ 1 USD) ให้กับ SABAY DIGITAL GROUP PTE. LTD.
ทั้งนี้ มูลค่ารวมดังกล่าวเป็นไปตามราคาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน (โดยอ้างอิงจากมูลค่าตามบัญชีของ บริษัท เมเจอร์ แพลตินัม ชีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด ณ วันที่ 31 มกราคม 2569) ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/2569
รายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน และเมื่อคำนวณขนาดของรายการดังกล่าวข้างต้นตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.20:2551 เรือง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน พ.ศ. 2547 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) แล้วนั้น
ซึ่งเมื่อคำนวณขนาดรายการของธุรกรรมแล้วมีขนาดรายการสูงสุดตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำรดำเนินงาน เท่ากับร้อยละ 5.4 เมื่อเทียบกับงบการเงินประจำปี 2568 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีของบริษัทแล้ว มีขนาดรายการสูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 และบริษัทไม่มีรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทจึงไม่ต้องจัดท้ารายงานหรือเปิดเผยสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์ ตามประกาศรายการได้มาหรือจ้าหน่ายไปแต่อย่างใด
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ระบุในเว็บไซต์ว่า มีนโยบายการขยายสาขาโรงภาพยนตร์ไปสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ “AEC” (Asean Economics Community) จึงได้เข้าร่วมลงทุนกับนิติบุคคลในต่างประเทศที่บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสในการเติบโต ในนามของบริษัท เมเจอร์ โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (บริษัทย่อย) จัดตั้งบริษัทเพื่อเปิดดำเนินการโรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง และอื่นๆ ของบริษัทฯ
โดยกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เป็นประเทศแรกที่บริษัทเข้าไปลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์ ผ่านการร่วมทุนกับนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศกัมพูชา ใช้ชื่อบริษัท “บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด” เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์แบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” เป็นโรงภาพยนตร์หรูระดับเวิล์ดคลาส 7 โรง และโบว์ลิ่ง 13 เลน (ปี 2557) ตั้งอยู่ที่ห้างอิออนมอลล์ กรุงพนมเปญ เป็นสาขาแรก บนพื้นที่ประมาณ 4,450 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์จำนวน 7 โรง 1,581 ที่นั่ง เป็นโรงภาพยนตร์รูปแบบมัลติเพล็กซ์ในระบบดิจิตอล 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งมีโรงภาพยนตร์วีไอพี 1 โรง และโรงภาพยนตร์ 4DX อีก 1 โรง ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ทำให้บริษัทฯเห็นโอกาสในการขยายสาขาเพิ่ม จึงเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์สาขาเสียมเรียบ ที่ศูนย์การค้า เมืองเสียมเรียบ จำนวน 3 โรง 457 ที่นั่ง (พฤศจิกายน 2560) ,สาขาโสรยา ศูนย์การค้าโสรยา ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จำนวน 6 โรง 807 ที่นั่ง(ธันวาคม 2560) ,สาขาอิออน มอลล์ สาขาที่ 2 เมืองปงค์เปีย บนพื้นที่ 9,200 ตารางเมตร เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์หรูระดับเวิล์ดคลาส จำนวน 8 โรง 1,953 ที่นั่ง ซึ่งใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ฉายด้วยเครื่องฉายเลเซอร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และให้บริการเลนโบว์ลิ่ง จำนวน 14 เลน (พฤษภาคม 2561)
และสาขาบิ๊กซีปอยเปต จำนวน 2 โรง 419 ที่นั่ง (ตุลาคม 2562) ซึ่งเป็นบิ๊กซีสาขาแรกในประเทศกัมพูชา บนเนื้อที่รวม 8,000 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 3,000 ตร.ม. และพื้นที่เช่า/โรงภาพยนตร์ อีก 5,000 ตร.ม. และในเดือน ธันวาคม 2565 เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขาอิออน มอลล์ 3 ประเทศกัมพูชา จำนวน 7 โรง 1,841 ที่นั่ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: MAJOR ขายธุรกิจกัมพูชา 161 ล้าน ปิดฉาก 12 ปี
