บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) แจ้งการหยุดเดินโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) บริษัทย่อยของ SCC ชั่วคราวจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กระทบต่อต้นทุนเดือนละ 150 ล้านบาท ยืนยันมีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง-มีเงินสดในมือเพียงพอหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยระบุว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการจัดหาแนฟทา (Naphtha) และโพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตของโรงงานโอเลฟินส์ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์
จากการประเมินสถานการณ์ดังกล่าวที่มีความยืดเยื้อและไม่แน่นอน ส่งผลให้วัตถุดิบในการผลิตบางส่วนยังไม่สามารถขนส่งมายังประเทศปลายทางได้ตามแผน ดังนั้น เพื่อรับมือกับเหตุสุดวิสัยดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงานบริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด (ROC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์เป็นการชั่วคราว โดย ROC ได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ต่อคู่ค้าและลูกค้าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้องแล้ว
ในการหยุดโรงงาน ROC ดังกล่าวมีผลกระทบต่อต้นทุนโดยประมาณ 150 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจาก ROC เป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพสูง (Highly Effiency) ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติในการดำเนินงาน (Automation & Digitalization)
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ
นอกเหนือจากการหยุดโรงงาน ROC ข้างต้น การดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่น ๆ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจียังคงดำเนินการตามปกติ โดยมีการปรับการดำเนินงานให้เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้
เอสซีจีมีบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีเงินสดในมือเพียงพอหากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยในปี 2568 เอสซีจีมี Adjusted EBITDA รวม 55,012 ล้านบาท (ซึ่งเป็นสัดส่วนจากลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ ประมาณ 4,000 ล้านบาท การหยุดโรงงาน ROC เป็นการชั่วคราวจึงไม่กระทบต่อธุรกิจอย่างมีนัย)
อ่านข่าวต้นฉบับ: SCC สั่งปิดโรงงานโอเลฟินส์ชั่วคราวจากสงครามตะวันออกกลาง กระทบต่อต้นทุนเดือนละ 150 ล้าน