บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชูหุ้นปันผลเป็นเกราะป้องกันในยามเกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ เผยสถิตย้อนหลัง 10 ปี พบว่าดัชนี SETHD ในช่วงวิกฤตสามารถ Outperform ทั้ง SET- SET50 ด้วย Win Rate สูงถึง 70% พร้อมแนะกลยุทธ์การลงทุน 2 รูปแบบ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยที่เข้าสู่โหมด Risk-off จากวิกฤตตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจโลก INVX ยังเชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ลงทุนในหุ้นปันผลคุณภาพสูง คือ หลุมหลบภัยระยะสั้นและกุญแจสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในขณะนี้
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น 3 เดือนข้างหน้า เพื่อเน้นพักเงินและดักรับเทศกาลขึ้น XD ใน มี.ค.-พ.ค. 69 ซึ่งจะช่วยลดแรงกระแทกของพอร์ตและสร้างผลตอบแทนที่จับต้องได้จริงในช่วงที่ตลาดรอความชัดเจนของปัจจัยลบ แนะนำหุ้นที่มีพื้นฐานแกร่งและจ่ายปันผลสูง โดยให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2568 เกิน 5% (หลังหักปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว) อีกทั้งผันผวนต่ำ (Beta<1) ได้แก่ AP, BAM, KBANK, KKP, KTB, KTC, SIRI, TISCO และ TLI
ส่วนกลยุทธ์ลงทุนระยะยาว เพื่อเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน แนะนำหุ้นที่มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี โดยให้ Dividend Yield เกิน 5% และมี SETESG Rating ระดับ A-AAA ควบคู่กับธุรกิจมีความเสถียร มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และผันผวนต่ำ (Beta<1) ได้แก่ AP, DIF, KTB, PTT และ TISCO
ทั้งนี้ แม้บทพิสูจน์ 10 ปี SETHD อาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนหวือหวาเท่าหุ้น Big Cap ในช่วง Bull Market แต่ในยามเผชิญมรสุม SETHD กลับสามารถ Outperform SET และ SET50 ได้ด้วย Win Rate สูงถึง 70% (ผลตอบแทนรวมจาก Index และ Dividend) โดย SETHD ปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 2.6% สูงกว่า SET50 (+0.3%) และ SET (-0.2%) ยิ่งไปกว่านั้น SETHD ให้ Dividend Yield เฉลี่ยปีละ 5.1% สูงกว่า SET50 (2.9%) และ SET (3.0%)
เมื่อเกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ SETHD จะปรับลงในทิศทางเดียวกับ SET จากภาวะ Panic Sell ซึ่งเป็นผลกระทบเชิงจิตวิทยาในระยะสั้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่ SETHD ต้านทานความผันผวนได้ดีกว่า SET อย่างมีนัย เนื่องจากเกิด Natural Hedge เพราะมีหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP, PTT) ช่วยพยุงดัชนีตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น (SETHD มีสัดส่วนน้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้มากกว่า และไม่มีหุ้นกลุ่ม Growth ที่อ่อนไหวต่อปัจจัยลบสูงมาเป็นตัวฉุดรั้ง จึงทำให้ SETHD ต้านทานแรงเสียดทานได้ดีกว่า SET) อีกทั้งยังมีกลุ่มธนาคารที่ให้ Dividend Yield สูงจูงใจ และ Valuation ที่ยังไม่แพง ทำให้มีแรงซื้อประคองแข็งแกร่งกว่า SET พิสูจน์ได้จากตั้งแต่วันที่ 2-4 มี.ค. 69 SETHD ปรับลงเพียง -4.6% แกร่งกว่าดัชนีหลักอย่าง SET, SET50 และ SET100 ที่ปรับลงเฉลี่ย -7.5%
ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา SET และ mai มียอดเงินปันผลจ่ายรวมเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.6% โดยปี 2568 มียอดจ่ายเงินปันผลรวมสูงถึง 6.5 แสนล้านบาท และ SETHD มี Dividend Yield เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 6.6% ซึ่งนับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 4.9%) อีกทั้งยังสูงกว่า SET ที่ 3.7% (ค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 3.0%) ซึ่งเป็นผลจาก บจ.ไทยที่มีนโยบายเพิ่ม ROE และทำโครงการซื้อหุ้นคืน ทำให้หุ้นปันผลอยู่ในโซน Value ที่น่าซื้อสะสมเพื่อเป้าหมายรับกระแสเงินสดที่มั่นคง
อ่านข่าวต้นฉบับ: ส่องหุ้นไทยปันผลแกร่ง ทยอยสะสมช่วงตลาด Risk-off