ในเวทีสัมมนาวัตถุดิบสู่อนาคตสีเขียวของอาหารสัตว์ไทย ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน Victam Asia 2026 เมื่อวันที่ 10-12 มี.ค.ที่ผ่านมา
นายคมปราชญ์ บุตรศรี ผู้ประสานงานโครงการ Fishery Improvement Project (FIP) หรือ FIP Coordinator) และหนึ่งในคณะทำงาน Thai Sustainable Fisheries Roundtable (TSFR) กล่าวในเวทีสัมมนาวัตถุดิบสู่อนาคตสีเขียวของอาหารสัตว์ไทยว่า หลังจากผู้ซื้อซึ่งเป็นกลุ่มรีเทลเลอร์ยักษ์ใหญ่จากทั้งฝั่งอเมริกา และยุโรป ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำหน่วยผลิตไปจนถึงวัตถุดิบต้นทางจากการประมง
โดยจะต้องแน่ใจว่าสินค้าที่จัดหามาปราศจากประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจึงจะตัดสินใจซื้อ ทำให้ เรื่องนี้ได้กลายปัจจัยสำคัญหนุนให้เอกชนปรับตัวทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารสัตว์น้ำ
โดยผลการสำรวจพบแนวโน้ม “พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดโลก” เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ พฤติกรรมผู้บริโภคอาหารทะเลจาก 27,000 ตัวอย่าง ใน 23 ประเทศทั่วโลก พบว่า ผู้บริโภคมีความกังวลอย่างมากต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและที่มาของอาหารทะเล
การสำรวจผู้บริโภคถึง 91% กังวลกับสภาพสิ่งแวดล้อมในทะเลทั่วโลก โดยเฉพาะการปล่อยสารพิษและการทำประมงที่เกินขนาด (Overfishing) ขณะที่ 43% ของผู้บริโภคเชื่อว่าอาหารทะเลที่พวกเขาชื่นชอบอาจจะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้า หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม และต่อหัวข้อผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อ ก็พบว่า 64% ของผู้บริโภครู้สึกว่าการเลือกกินอาหารทะเลมีผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล และ 67% ต้องการเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องท้องทะเล
ด้วยแรงผลักดันของผู้ซื้อทำให้เอกชนไทยต้องปรับตัว โดยพันธมิตรเอกชน 8 ราย ซึ่งประกอบด้วยสมาคมกุ้งไทย สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ได้ริเริมดำเนินโครงการพัฒนาความยั่งยืนของผลิตผลประมงไทย โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงาน TSFR ดำเนินการผ่านกระบวนการ FIP ตามแนวทางมาตรฐานสากล “Marin Trust” เมื่อปี 2013 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 13 ปีแล้ว
ซึ่งการดำเนินงานโครงการฯเป็นการตอบโจทย์อุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ภายหลังจากการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ได้กลายเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคระดับสากล จนอาจเรียกได้ว่า FIP เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับวัตถุดิบปลาป่นของไทยที่ใช้วัตถุดิบจากการประมง ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่าง Marin Trust และยังเป็นหนึ่งในการดำเนินการสู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ (Green Feed) ของไทย
ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ *“ปลาป่น”* นับได้ว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งแต่เดิมยังขาดมาตรฐานการรับรองที่ครอบคลุมในลักษณะเดียวกับมาตรฐานการทำประมงอย่างยั่งยืน เช่น MSC หรือ ASC สำหรับฟาร์มมาตรฐาน “Marin Trust” จึงถูกนำมาใช้เพื่อรับรองว่าปลาป่นผลิตจากกระบวนการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานและวัตถุดิบมาจากแหล่งที่มีความรับผิดชอบ
โดยการรับรอง“Marin Trust” จะครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ
1. ระบบการทวนสอบย้อนกลับ (Traceability): ตรวจสอบตั้งแต่ระบบภายในโรงงานไปจนถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบปลาว่ามาจากแหล่งประมง เรือลำใด พื้นที่ใด
2. มาตรฐานโรงงาน (Factory Standard): โรงงานต้องมีมาตรฐานการผลิตที่เป็นสากลตามเกณฑ์ของ Marin Trust
3. ความยั่งยืนของวัตถุดิบ (Raw Material Sustainability): โรงงานจะต้องผ่านการประเมินโดยพิสูจน์ได้ว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตมาจากแหล่งประมงที่มีความยั่งยืนและรับผิดชอบ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับโครงการ FIP ที่ TSFR ดำเนินงาน
คณะทำงาน TSFR ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ (FAP) อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมตามแผนประกอบด้วยงานวิจัย ข้อมูลการประมง และการจัดประชุมเชิงวิชาการ ซึ่งการดำเนินงานตามแผนฯได้รับการสนับสนุนงบประมาณวิจัยจากหน่วยงาน สวก.และภาคธุรกิจ โดยผลจากการดำเนินงานตามแผนเพื่อสร้างฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Base) ในการสนับสนุนนโยบายการประมง
ตัวอย่างงานวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ การศึกษาประมงแบบหลายสายพันธุ์ (Multispecies Fisheries) การศึกษาผลกระทบของการประมงแบบหลากหลายสายพันธุ์ต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศในอ่าวไทย ซึ่งถือเป็นโครงการ FIP แบบหลากหลายสายพันธุ์ (Multi-species Fishery) รายแรกของโลก
ความสำเร็จของโครงการโครงการ FIP ของไทยในปัจจุบันเป็นที่ปรากฏ เพราะเราได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Marin Trust และปรากฏข้อมูลบนเว็บไซต์สากลเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันความสำเร็จที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง คือ การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งขณะนี้มีโรงงานปลาป่นกว่า 45 แห่งที่เข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนโครงการ และปัจจุบันมีโรงงานที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการรับรองมาตรฐาน Marin Trust อย่างสมบูรณ์ แล้ว 3 โรงงาน
ส่วนเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โรงงานปลาป่นที่ได้รับการรับรองสามารถผลิตปลาป่นที่มีความยั่งยืนเข้าสู่อุตสาหกรรมซึ่งสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและลดการกีดกันทางการค้าและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยทาง TSFR ได้ร่วมเสนอความคืบหน้าของโครงการในเวทีระดับโลก ผ่านงานสัมมนาทางวิชาการ และงานแสดงอาหารระดับโลก
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ โครงการนี้ คือจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในอุตสาหกรรมประมงไทย เพราะการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนไม่สามารถทำได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นกลุ่มภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ สถาบันวิจัย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน
*ดังนั้น ความสำเร็จในการปิดช่องว่างด้านการจัดการประมงและการได้รับรองมาตรฐาน Marin Trust ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืนตามความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืนด้วย*
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ปลาป่น’ วัตถุดิบอาหารกุ้งยั่งยืน Green Feed ตอบโจทย์ยักษ์รีเทลรักษ์โลก
